เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 26 พฤศจิกายน พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบช.น. พร้อมด้วย พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น. ฝ่ายสืบสวน สน.ท่าข้าม และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบบ้านที่เกิดเหตุเลขที่ 17 ซอยท่าข้าม 28 แยก 6 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม. ซึ่งเป็นสถานที่นายศิระ สมเดช หรือกาย อายุ 20 ปี ลูกชาย ฆาตกรรม น.ส.ยุรีย์ เถาวัลย์ อายุ 42 ปี ก่อนลูกชายจะใช้อาวุธปืนขนาด.38 มม.ยิงตัวเองและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ซึ่งใช้เวลาตรวจสอบประมาณ 1 ชั่วโมง
โดย พล.ต.ต.อิทธิพล กล่าวว่า ที่มาตรวจที่เกิดเหตุ เนื่องจากทางนิติเวชยืนยันว่ามีกระสุนปืน 1 นัดบริเวณศีรษะลูกชาย เมื่อเข้าตรวจสอบภายในบ้านก็พบรอยกระสุนเพียงรอยบริเวณใต้บันไดเดียวเช่นกัน สำหรับอาวุธปืนของกลางเป็นของน.ส.ยุรีย์ ซึ่งมีใบ ป.4 ยืนยันการครอบครอง เนื่องจากงานที่ทำบางครั้งเขาต้องพกเงินไปมาจำนวนมากจึงกลัวอันตราย
ทั้งนี้จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดตั้งแต่วันเสาร์ พบภาพลูกชายและแม่เข้ามาที่บ้าน จากนั้นก็ยังไม่พบว่ามีใครเข้ามาในบ้านอีก จนกระทั่งวันจันทร์ มีดาบตำรวจ สน.ท่าข้าม ชื่อหน่องและน.ส.วรนุช วงษ์ชัย เข้ามาที่บ้าน เพราะนายจ้างพยายามติดต่อ น.ส.ยุรีย์ แต่ติดต่อไม่ได้
ซึ่งสาเหตุที่ดาบตำรวจมาด้วยนั้น เนื่องจากรู้จักกับน.ส.วรนุช และอยู่หมู่บ้านเดียวกัน ตอนน.ส.วรนุช เข้าไปเจอลูกผู้ตายพูดไม่รู้เรื่อง และพยายามที่จะหนี เมื่อรู้สึกผิดสังเกตจึงโทรตามดาบหน่อง ให้เข้ามาช่วยดูเหตุการณ์ ทั้งนี้ตำรวจยืนยันว่าเห็นลูกชายใช้ปืนจ่อศีรษะบริเวณบันได และยิงตัวเองตายเอง
พล.ต.ต.อิทธิพล กล่าวอีกว่า ยืนยันร้อยเปอร์เซ็นต์ ว่าลูกชายเป็นคนฆ่าแม่ คาดว่าจะมีการทะเลาะกันก่อน เพราะผู้เสียชีวิตมีรอยแผลที่คิ้วด้านขวา แต่ยังไม่ทราบสาเหตุการทะเลาะ นอกจากนี้จากการที่ พฐ.ตรวจที่เกิดเหตุ โดยใช้น้ำยาหาคราบเลือดฉีดในห้องน้ำ พบรอยเรืองแสงรอยเลือดจำนวนมาก ซึ่งคาดว่าเป็นจุดที่ใช้หั่นศพ แต่มีการล้างทำลายหลักฐานจนสะอาด ทาง พฐ. ได้เก็บอาวุธมีด ค้อน ที่เชื่อว่าใช้เป็นอาวุธในการชำแหละอวัยวะไปตรวจสอบ เบื้องต้นมีพยานหลักฐานค่อนข้างแน่ชัดว่าลูกชายใช้อุปกรณ์ดังกล่าวก่อเหตุ เพราะพบรอยตอกบนพื้น คาดว่าเขาใช้มีดวางบนร่าง ก่อนเอาค้อนตอกด้านบนให้ชิ้นส่วนขาดออกจากกัน จากนั้นล้างคาบเลือดในห้องน้ำ แล้วเอาชิ้นส่วนใส่ในถุง ก่อนแช่ช่องฟรีช
เมื่อถามว่าบุคคลคนๆ เดียวสามารถทำได้หรือไม่ พล.ต.ต.อิทธิพล กล่าวว่า เขามีเวลาค่อนข้างมาก ตั้งแต่เวลา 20.00 น. วันอาทิตย์ จนถึง 12.00 น. วันจันทร์ มันพอมีเวลา สำหรับเด็กที่อายุ 20 ปี สามารถทำได้ ทั้งนี้อยากตอบกระแสโซเชียลว่า การพิสูจน์หลักฐานต้องใช้เวลา ก่อนเกิดเหตุจนถึงหลังเกิดเหตุเป็นอย่างไร


