“อธิบดีป่าไม้” เรียกประชุมคณะทำงานพรุ่งนี้ระบุไม่ได้ทำงานช้า ตามหาที่ดินภ.บ.ท.อีกพันไร่ต้องมีการนำชี้ -เอกสารชัด ด้าน“ศรีสุวรรณ”อัด ส.ป.ก.”ปารีณา”ไม่มีสิทธิ์รับจัดสรรที่ดินใหม่ บี้ป่าไม้-ส.ป.ก.ยึดกฎหมายอย่าอิดออดหากยื้อขู่ฟ้อง ม.157 เตรียมนำชาวบ้านเหม็นขี้ไก่ร้องศาลปกครอง อบต.รางบัวปล่อยทำฟาร์มเลี้ยงไก่ใกล้ชุมชน
เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบที่ดิน ภ.บ.ท. 5 จำนวน 1,700 ของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ว่า ขณะนี้กำลังรอรายงานจากคณะทำงานกรมป่าไม้ที่ลงพื้นที่ร่วมกับ ส.ป.ก. ตรวจสอบพิกัดการรังวัดที่ดินเขาสนฟาร์ม อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ของ น.ส.ปารีณา ซึ่งกรมป่าไม้ได้ทำหนังสือแจ้ง น.ส.ปารีณา เพื่อให้ส่งผู้สังเกตการณ์มาร่วมติดตามการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ในการตรวจสอบแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติและเขตปฏิรูปที่ดินใหม่ตามที่ น.ส.ปารีณา ได้ทำหนังสือร้องขอมา เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อกระบวนการทางกฎหมาย โดยกรมป่าไม้ยังคงยืนยันในแนวเขตเดิมที่ได้ตรวจสอบรังวัดไปแล้ว และพบว่ามีการบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี ต.รางบัว อ.จอมบึง จำนวน 46 ไร่ เพราะเส้นแนวเขตป่าสงวนฯ หรือป่าไม้ที่ถูกบุกรุกจะเปลี่ยนแปลงไม่ได้ และไม่มีข้อมูลใดจะมาลบล้างข้อมูลแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศซึ่งเป็นวิทยาศาสตร์ได้
นายอรรถพล กล่าวอีกว่า เมื่อได้ข้อมูลการตรวจสอบพิกัดการรังวัดที่ดินแล้ว วันที่ 29 พฤศจิกายน ตนได้เรียกประชุมคณะทำงานกรมป่าไม้ที่ลงพื้นที่ตรวจสอบที่ดินเขาสนฟาร์มทั้งหมดเพื่อหาข้อยุติ ซึ่งได้ขีดเส้นว่าเรื่องแนวเขตของ น.ส.ปารีณาจะต้องยุติภายในวันที่ 29 พฤศจิกายนนี้ จากนั้นจะดำเนินการในขั้นตอนต่อไป โดยกรมป่าไม้จะปฏิบัติตามกระบวนการทางกฎหมายในมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด กรมป่าไม้ไม่ได้ทำงานช้าแต่ต้องได้หลักฐานที่ชัดเจนก่อน ไม่อย่างนั้นอาจจะถูกฟ้องกลับ หรือฟ้องไปแล้วอาจจะยกฟ้อง
ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังได้ข้อสรุปในวันที่ 29 พฤศจิกายนนี้ จะแจ้งความข้อหาบุกรุกป่าสงวนฯ ต่อ น.ส.ปารีณาเลยหรือไม่ นายอรรถพล กล่าวว่า ต้องรอข้อสรุปในวันที่ 29 พฤศจิกายนนี้ก่อน แต่กรมป่าไม้ยังคงยืนยันในแนวเขตเดิมว่ามีการบุกรุกป่าสงวนฯ จำนวน 46 ไร่
ต่อข้อถามว่า นายดำรงค์ พิเดช หัวหน้าพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย ระบุว่าให้กรมป่าไม้ไปติดตามพื้นที่ในใบ ภ.บ.ท. 5 ที่ น.ส.ปารีณาแจ้งครอบครองต่อ ป.ป.ช.อีกกว่า 1,000 ไร่ อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า จะไปคิดเองไม่ได้ ที่ดิน 1,000 ไร่ มันจะต้องมีการนำชี้ มีเอกสารชัดเจน มีบันทึกตรวจสอบ มีที่มาที่ไป อยู่ๆ จะไปชี้ไม่ได้ ทุกอย่างต้องมีหลักฐานที่ชัดเจน
ด้านนายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน เปิดเผยว่า สมาคมฯ ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 2 หมู่ 11 หมู่ 12 ต.รางบัว และหมู่ 10 ต.จอมบึง อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ว่า ได้รับความเดือดร้อนและเสียหายจากการที่นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) รางบัว ได้อนุญาตให้อดีตกำนัน ต.รางบัว และนายทุนเข้ามาหลอกกว๊านซื้อที่ดินจากชาวบ้าน โดยอ้างว่าจะเข้ามาทำรีสอร์ท แต่ปรากฎว่ากลายเป็นการเข้ามาทำฟาร์มเลี้ยงไก่ขนาดใหญ่ โดยเริ่มปล่อยเลี้ยงแล้วกว่า 5 แสนตัว ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนจากกลิ่นเหม็น น้ำเสีย และมีความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายของเชื้อโรคไข้หวัดนก หรือเชื้อ H5N1 และเชื้อ H5N8
นายศรีสุรวรรณ กล่าวว่า ทั้งนี้ตามข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลรางบัว เรื่อง การควบคุมการเลี้ยงและปล่อยสัตว์ พ.ศ.2555 และข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตําบลรางบัว เรื่อง การควบคุมกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ พ.ศ.2552 ประกอบ พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 กำหนดไว้ชัดเจนว่าสถานที่เลี้ยงสัตว์ต้องได้รับความเห็นชอบจากประชาคมหมู่บ้านหรือแหล่งชุมชนในรัศมี 1,500 เมตร เป็นจํานวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ของครัวเรือน และต้องไม่ก่อให้เกิดเหตุรําคาญต่อประชาชน หรือแหล่งชุมชนใกล้เคียง แต่ปรากฏว่าฟาร์มเลี้ยงไก่ทั้ง 2 ราย มีการจัดทำประชาคมแต่ชาวบ้านไม่เห็นชอบให้ดำเนินการได้ แต่นายก อบต.รางบัว กลับให้ใบอนุญาตเลี้ยงได้ จึงถือได้ว่าเป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบด้วยกฎหมาย และละเลยการปฏิบัติหน้าที่โดยชัดแจ้ง ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมฯ และชาวบ้าน รวมทั้งผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ดังกล่าวนับร้อยคน จึงรวมตัวกันเดินทางไปยื่นคำฟ้องต่อศาลปกครองเพชรบุรี เพื่อยื่นฟ้องนายก อบต.รางบัว ปศุสัตว์ จ.ราชบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอให้ศาลสั่งระงับและเพิกถอนฟาร์มเลี้ยงไก่ดังกล่าวต่อไป โดยจะเดินทางไปยื่นฟ้องในวันที่ 29 พฤศจิกายน เวลา 10.30 น. ที่ศาลปกครองเพชรบุรีต่อไป
นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า ฟาร์มเลี้ยงไก่ดังกล่าวเป็นคนละแห่งกับฟาร์มเลี้ยงไก่ของ น.ส.ปารีณา อย่างไรก็ตามสำหรับกรณีการตรวจสอบที่ดิน ภ.บ.ท.5 ของ น.ส.ปารีณา ในสัปดาห์หน้า จะเดินสายไปยื่นหนังสือถึงอธิบดีกรมป่าไม้ และเลขาธิการ ส.ป.ก. เพื่อเร่งรัดการดำเนินการกรณีที่ดินของ น.ส.ปารีณา ตามอำนาจหน้าที่ โดยในส่วนของ ส.ป.ก.จะต้องดำเนินการตามกฎหมายเพราะเป็นการบุกรุกพื้นที่รัฐแน่นอน ส.ป.ก.ต้องเรียกคืนมาจัดสรรให้ประชาชนที่ยากไร้ น.ส.ปารีณาไม่มีสิทธิ์ขอรับการจัดสรรใหม่ เพราะไม่ได้มีคุณสมบัติเป็นผู้ยากไร้ หรือไม่มีที่ดินทำกิน แต่ น.ส.ปารีณา เป็น ส.ส. จึงไม่มีสิทธิ์จะมาเข้ารับการจัดสรรที่ดิน 50 ไร่ เด็ดขาด ในส่วนของกรมป่าไม้ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายป่าไม้ทันที เพราะที่ดิน ภ.บ.ท. 5 ทั้ง 1,700 ไร่ เป็นการบุกรุกป่าชัดเจน จะมาอิดออดไม่ได้ หากอิดออดไม่ดำเนินการใดๆ ตนก็จะต้องดำเนินการฟ้องร้องในฐานความผิดละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

