สัพเพเหระคดี : รถหายที่อู่ซ่อม : โดยโอภาส เพ็งเจริญ

คุณโผงนำรถเข้าซ่อมที่อู่ของคุณจำนูญ
วันเดียวไม่เสร็จ คุณจำนูญนำรถคุณโผงจอดรอซ่อมอีกที่แถวหน้าอู่นั่นละ
วันร้ายคืนร้าย มีคนร้ายลักรถคุณโผงหายไป
คุณจำนูญจ่ายเงินแก่คุณโผงไป 100,000 บาท

บริษัทประกันภัย จ่ายค่าสินไหมทดแทนแก่คุณโผงไป 460,000 บาท ตามวงเงินเอาประกันกรณีรถหาย

บริษัทประกันรับช่วงสิทธิมาฟ้องคุณจำนูญเจ้าของอู่ ให้ชำระเงิน 477,250 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงิน 460,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จมา

คุณจำนูญ ให้การต่อสู้คดี ว่าตนไม่ได้ประมาท ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้คุณจำนูญชำระเงิน 460,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี
คุณจำนูญอุทธรณ์
ศาลชั้นอุทธรณ์พิพากษายืน
คุณจำนูญฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เห็นว่าเมื่อรถกระบะคันพิพาทอยู่ในความครอบครองของคุณจำนูญ คุณจำนูญจะต้องเก็บรักษารถยนต์ไว้ในที่ปลอดภัยในระหว่างการซ่อม ทั้งต้องใช้ความระมัดระวังตามสมควรเพื่อมิให้รถยนต์ต้องสูญหายหรือเสียหาย

แต่เมื่อคุณจำนูญนำรถยนต์ไปจอดไว้บริเวณที่ว่างหน้าอู่โดยไม่มีรั้วรอบขอบชิดอันเป็นเครื่องป้องกันการเคลื่อนย้ายรถยนต์และไม่ได้จัดให้มีผู้ดูแลรักษารถยนต์แต่อย่างใด อีกทั้งเมื่อรถยนต์หายไปคุณจำนูญก็ได้ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่คุณโผงเจ้าของรถยนต์จำนวน 100,000 บาท เท่ากับว่าคุณจำนูญยอมรับผิดในเหตุที่รถยนต์หายไปในระหว่างที่อยู่ในความครอบครองของตน

ตามพฤติการณ์ดังกล่าวนับได้ว่า เป็นความประมาทเลินเล่อของคุณจำนูญที่ไม่ใช้ความระมัดระวังตามสมควรเพื่อป้องกันมิให้รถยนต์ต้องสูญหาย

แม้คุณจำนูญจะนำรถยนต์ซ่อมไม่เสร็จไปจอดไว้บริเวณหน้าอู่โดยล็อกกุญแจไว้ เป็นการปฏิบัติเช่นเดียวกับลูกค้ารายอื่นที่นำรถยนต์มาซ่อม และตั้งแต่เปิดอู่ซ่อมรถมาไม่เคยมีรถยนต์หายหรือรถยนต์ได้รับความเสียหายแต่อย่างใดนั้น เห็นว่า การปฏิบัติต่อลูกค้าของคุณจำนูญในการนำรถยนต์ที่นำมาซ่อมแล้วไม่เสร็จจอดไว้บริเวณหน้าอู่นั้น มิได้เป็นการแสดงให้เห็นว่าคุณจำนูญได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรเพื่อป้องกันมิให้รถยนต์สูญหายหรือเสียหายแต่อย่างใด และการที่ไม่เคยมีรถยนต์สูญหายหรือได้รับความเสียหายมิได้เป็นหลักประกันว่าคุณจำนูญได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแล้ว

ฎีกาของคุณจำนูญ ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน
นั่นคือ คุณจำนูญต้องจ่าย 460,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีแก่บริษัทประกัน

(เทียบคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 555/2553)


ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 420 ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดีเสรีภาพก็ดีทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ผู้นั้นทำละเมิดจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น

มาตรา 659 ถ้าการรับฝากทรัพย์เป็นการทำให้เปล่าไม่มีบำเหน็จ ผู้รับฝากจำต้องใช้ความระมัดระวังสงวนทรัพย์สินซึ่งฝากนั้นเหมือนเช่นเคยประพฤติในกิจการของตนเอง

ถ้าการรับฝากทรัพย์นั้นมีบำเหน็จค่าฝาก ผู้รับฝากจำต้องใช้ความระมัดระวังและใช้ฝีมือเพื่อสงวนทรัพย์สินนั้น เหมือนเช่นวิญญูชนจะพึงประพฤติโดยพฤติการณ์ดังนั้น ทั้งนี้ย่อมรวมถึงการใช้ฝีมืออันพิเศษเฉพาะการในที่จะพึงใช้ฝีมือเช่นนั้นด้วย

และถ้าผู้รับฝากเป็นผู้มีวิชาชีพเฉพาะกิจการค้าขายหรืออาชีวะอย่างหนึ่งอย่างใด ก็จำต้องใช้ความระมัดระวังและใช้ฝีมือเท่าที่คนธรรมดาจะต้องใช้และสมควรจะต้องใช้ในกิจการค้าขายหรืออาชีวะอย่างนั้น

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon