อย.เร่งสอบเหตุสาวตรังดับ ไม่ฟันธง ‘หมามุ่ยอินเดีย’ อภัยภูเบศรชี้ไทยยังไม่ผลิตอาหารเสริมจากหมามุ่ย

18.06.16 | 19:13 น.
ภาพจากสถาบันเกษตรอินทรีย์ฯ

เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร หัวหน้ากลุ่มงานเภสัชกรรม โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวถึงกรณีวัยรุ่นหญิงอายุ 21 ปี ชาวจังหวัดตรังเสียชีวิตหลังรับประทานอาหารเสริมสารสกัดจากหมามุ่ยอินเดีย เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.ที่ผ่านมา ว่า สาเหตุของการเสียชีวิตนั้นยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเกิดจากตัวหมามุ่ยจริงหรือไม่ แต่เรื่องการแพ้นั้นสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกอย่าง ทุกคน บางคนแพ้นม แพ้กุ้ง แพ้ถั่ว หรือแพ้ยาบางชนิด ทั้งนี้ โดยหลักการ ปกติการสร้างปฏิกิริยาการแพ้จะไม่เกิดขึ้นในครั้งแรก หากรับประทานแล้วประมาณ 4-5 วัน ร่างกายจึงจะสร้างตัวที่ทำให้เกิดการแพ้ และแสดงอาการแพ้สิ่งต่างๆ ในการรับประทานครั้งต่อไป ยกเว้นอาจจะมีการแพ้ข้ามกลุ่ม เช่นการแพ้ถั่ว เพราะไม่ว่าจะเป็นหมามุ่ยไทย หรือหมามุ่ยอินเดียจัดเป็นพืชตระกูลถั่ว ดังนั้นหากผู้ป่วยแพ้ถั่วอยู่ก่อนแล้วเมื่อมารับประทานหมามุ่ยครั้งแรกก็สามารถแสดงอาการได้ แต่ถ้าไม่ได้แพ้ถั่วการใช้หมามุ่ยครั้งแรกคงไม่น่าจะใช่ กรณีนี้การจะบอกว่าเป็นเพราะหมามุ่ยหรือไม่นั้นยังต้องสืบค้นต่อไป อย่างไรก็ตามการแพ้อย่างรุนแรงที่มีลักษณะคล้ายกับสตีเว่นส์จอห์นสันซินโดรมนั้นบางครั้งก็เกิดขึ้นจากการแพ้ยากลุ่มเอ็นเสดได้

ภญ.ดร.สุภาภรณ์ กล่าวต่อว่า วันนี้ในประเทศไทยยังไม่มีการผลิตอาหารเสริมจากหมามุ่ย แต่ที่พม่า มาเลเซีย และอินเดีย มีจำหน่าย ส่วนการใช้หมามุ่ยในประเทศไทย สมัยก่อนจะคั่วและแช่น้ำรับประทานไม่เกินวันละ 15 เม็ดต่อวัน หรือบางคนดองน้ำผึ้ง ชงน้ำดื่ม หรือบดต้มเป็นชาดื่มตามวัฒนธรรมของหมอยาไทย สรรพคุณในการแก้โรคหัวสั่นหรือพาร์กินสัน ภาวะวัยทอง และบำรุงกามะในเพศชาย เนื่องจากมีการศึกษาวิจัยที่ประเทศอินเดีย โดยทดลองกับหนูพบว่าเพิ่มการผสมพันธุ์ถี่ขึ้น นานขึ้น และเพิ่มคุณภาพของน้ำอสุจิ อย่างไรก็ตามมีข้อห้ามรับประทานในผู้ที่แพ้ถั่ว ห้ามรับประทานร่วมกับยาต้านอาการซึมเศร้า เพราะจะเสริมฤทธิ์ทำให้ความดันโลหิตสูงยาต้านอาการแข็งตัวของเลือด และห้ามรับประทานร่วมกับยารักษาโรคเบาหวาน กระเทียม แปะก๊วย สตรีที่ให้นมบุตร เป็นต้น

“การที่มีผลิตภัณฑ์ขายตรงมากมาย บางคนใส่อะไรไปบ้างก็ไม่รู้ อาจจะมีทั้งยาแผนปัจจุบัน หรือสารส่วนผสมอื่นซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าคืออะไร หรืออาจจะเป็นเพราะโรคของผู้ป่วยเอง ภาครัฐเองก็ไล่จับไม่ไหว ดังนั้นตอนนี้เราต้องทำให้ประชาชนมีความรู้เรื่องการแพ้ยา แพ้สิ่งที่รับประทานเข้าไป ต้องรู้จักตัวเองว่าอะไรกินได้ อะไรกินไม่ได้ รู้จักโรคของตัวเองที่เป็นอยู่ ถ้าเป็นของที่มาจากแหล่งผลิตที่ไม่น่าเชื่อถือก็ไม่ควรรับประทาน กรณีที่เสียชีวิตนี้ก็เป็นอุทาหรณ์ว่าไม่ควรกินอะไรที่เราไม่รู้จัก คนที่ทำขายก็ต้องมีความรู้และยึดตามกฎหมาย เน้นความปลอดภัยของผู้บริโภค” ภญ.ดร.สุภาภรณ์ กล่าว

นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า ขณะนี้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตรังอยู่ระหว่างลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าการเสียชีวิตเกิดจากอะไร ผู้เสียชีวิตได้รับประทานอะไรบ้าง ส่วนอาหารเสริมสารสกัดจากหมามุ่ยอินเดียตามที่มีการกล่าวอ้างนั้นก็ต้องมีการตรวจสอบต่อไปว่าได้รับอนุญาตจากอย.หรือไม่ มีการผสมสารอะไรเข้าไปบ้าง ซึ่งในกรณีที่เป็นอาหารเสริมนั้นตามหลัก อย.จะไม่อนุญาตให้ผสมยาแผนปัจจุบันเข้าไปเด็ดขาด ทั้งนี้คาดว่าน่าจะทราบผลประมาณ 2-3 วัน ทั้งนี้หากพบว่ามีการฝ่าฝืนต้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.