อธิบดีดีเอสไอ” เผยอยู่ระหว่างประเมินสถานการณ์เข้าค้นวัดพระธรรมกายรอบ 2 พร้อมขยายเอาผิด ม.189 กลุ่มศิษย์วัดพระธรรมกาย- ยัน ไม่ล้มเหลว ชัด “ธัมมชโย” ไม่ยอมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงความคืบหน้าภายหลังจากเมื่อวันที่ 16 มิ.ย.ที่ผ่านมา พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีดีเอสไอ ในฐานะหัวหน้าชุดปฏิบัติการตามหมายจับและหมายค้นวัดพระธรรมกาย เพื่อดำเนินการเข้าจับกุมพระธัมมชโย เจ้าอาวาส ผู้ต้องหาตามหมายจับ ในข้อหาสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจร ได้เข้าทำการตรวจค้นวัดพระธรรมกาย แต่ไม่สามารถเข้าไปถึงตัวพระธัมมชโยได้ ว่า ในส่วนของดีเอสไอนั้น ขณะนี้ยังมีการติดตามและประเมินสถานการณ์ของวัดพระธรรมกายอยู่อย่างต่อเนื่อง เพื่อใช้ในการวางแผนเข้าตรวจค้นวัดพระธรรมกายในครั้งต่อไป เพื่อให้ได้ตัวพระธัมมชโยมาดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่ขณะนี้ยังไม่มีการระบุวันและเวลาที่จะเข้าค้นครั้งต่อไปแต่อย่างไร
พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า นอกจากประเมินสถานการณ์อยู่ตลอดทุกวันแล้ว ดีเอสไอยังดำเนินการแจ้งความเอาผิดกับกลุ่มศิษยานุศิษย์ วัดพระธรรมกาย ที่ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อเอาผิดตามกฎหมายมาตรา 189 ผู้ใดช่วยผู้อื่นซึ่งเป็นผู้กระทำความผิด หรือเป็นผู้ต้องหาว่ากระทำความผิด อันมิใช่ความผิดลหุโทษ เพื่อไม่ให้ต้องโทษ โดยให้พำนักแก่ผู้นั้น โดยซ่อนเร้นหรือโดยช่วยผู้นั้นด้วยประการใดเพื่อไม่ให้ถูกจับกุม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานจากภาพถ่ายที่บันทึกไว้จากการเข้าตรวจค้นวัดพระธรรมกาย เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยหลักฐานบางส่วนได้ส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ไปดำเนินการบ้างแล้ว ส่วนกรณีที่มีการนำรถไปกีดขวางเส้นทางการจราจรในช่วงที่เจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการตามหมายค้นนั้น ทางตำรวจได้เป็นผู้ดำเนินการในส่วนนี้
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่กลุ่มศิษยานุศิษย์อ้างถึงความไม่เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ในปัจจุบันนี้ และไม่มั่นใจในกระบวนการยุติธรรม ทางพระธัมมชโยจึงยังไม่เข้ามอบตัวกับดีเอสไอ พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า ที่ผ่านมา เราปฏิบัติตามกฎหมายทุกขั้นตอนและดำเนินการอย่างเท่าเทียมกับผู้ต้องหาหรือผู้เกี่ยวข้องรายอื่นทุกคน ซึ่งการปฏิบัติหน้าที่ของเราไม่เกี่ยวกับการเมือง อีกทั้ง ในคดีนี้ พระธัมมชโยไม่ใช่ผู้ต้องหาเพียงรายเดียว แต่ยังมีอีก 4 คน ซึ่งผู้ต้องหารายอื่นก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร ส่วนกรณีที่กลุ่มศิษย์วัดพระธรรมกาย ได้มีการปกปิดใบหน้า ใส่หมวก หรือแว่นตา นั้น ถือว่าเป็นความชัดเจนที่ต้องการขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ เพราะหากไปนั่งสมาธิปฏิบัติธรรมจริงตามที่กล่าวอ้าง ทำไมจึงต้องมีการปกปิดใบหน้าด้วย
ถามต่อว่า ปฏิบัติการเข้าค้นดังกล่าว สังคมมองว่าการดำเนินการครั้งนี้ถือเป็นความล้มเหลว อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า ไม่ล้มเหลว อีกทั้ง ยังเป็นประโยชน์ในการปฏิบัติการเข้าค้นครั้งต่อไปของดีเอสไออีกด้วย ซึ่งเราอยู่ระหว่างดำเนินการวางแผนการปฏิบัติการครั้งต่อไปอยู่ ซึ่งจะต้องรอบคอบและเข้มข้นกว่าเดิม ทั้งนี้ เชื่อว่าพระธัมมชโยต้องอาศัยอยู่ในพื้นที่ 196 ไร่ของวัดพระธรรมกาย ซึ่งอยู่บริเวณประตู 5 เพราะวันที่เข้าปฏิบัติการตามหมายค้น ทางศิษยานุศิษย์ไม่ให้เราผ่านเข้าไปยังพื้นที่ตรงนั้น จึงสันนิษฐานได้ว่าตรงจุดนี้น่าจะเป็นจุดที่พระธัมมชโยพักอยู่ ซึ่งผิดกับประตู 7 และ 6 ที่ไม่มีปัญหาอะไร อีกทั้ง การกระทำของศิษยานุศิษย์ตรงบริเวณประตู 5 ถือเป็นการขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ที่ชัดเจนอีกด้วย และยังทำให้เห็นว่า พระธัมมชโยมีท่าทีที่จะไม่ยอมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
นอกจากนี้ พ.ต.อ.ไพสิฐ ยังกล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ว่า สำหรับเดือน ก.ค.นี้ พนักงานสอบสวนจะสามารถสรุปสำนวนคดีส่งให้อัยการอีก 2-3 คดี มูลค่าความเสียหายกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกลุ่มลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย เช่น นายสถาพร วัฒนาศิรินุกูล อดีตพระวัดพระธรรมกายอีกด้วย

