เมื่อมีการแต่งตั้งผู้ดรงตำแหน่งทางการเมืองหรือแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการมักจะได้ยินคำว่า “เพื่อเป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูล”
ให้ความรู้สึกที่แปลกดี
แทบไม่น่าเชื่อว่า ระบบศักดินา ระบบทาส ระบบที่มีไพร่พลในอาณัติที่ถูกเลิกไปนานแล้วจะยังคงมีอิทธิพลทางความคิดมาถึงปัจจุบัน
ทำไมจึงคิดว่า การดรงตำแหน่งต่างๆ เช่น รัฐมนตรี ปลัด อธิบดี หรือข้าราชการมียศสูงๆ นั้น เป็น “เกียรติยศ” เป็นเกียรติภูมิของวงศ์ตระกูล
ทำไมไม่คิดว่า การมีตำแหน่งใหญ่มียศสูง เป็น “พันธะ” ที่ต้องมีความรับผิดชอบสูง !
สังคมไทยไม่ได้เน้นความสำคัญของ”ภารกิจ” ไม่ได้ให้ความสำคัญกับ “การทำหน้าที่” และไม่ได้วัดคนจาก “ความสามารถ”
แต่ให้ความสคัญกับได้ครองตำแหน่งใหญ่ และยกย่องคนมี “อำนาจ”
ความโอ่อ่ามีอำนาจบารมี จึงกลายเป็นเกียรติของวงศ์ตระกูล !
การยกย่องความใหญ่โตโอ่อ่านี้ทำให้เราเป็นสังคมของคนขี้โอ่ ขี้อวด ขี้คุย ซึ่งบ่อยครั้งทีเดียวที่ความมักใหญ่ใฝ่สูงทะเยอทะยานก่อให้เกิดแก่งแย่งตำแหน่งใหญ่ ช่วงชิงยศสูงกันด้วยการฉ้อฉลคดโกง
เบียดเบียนทำลายกันอย่างชนิดที่ไม่มีหิริโอตตัปปะ
จึงไม่มีหลักประกัน ว่าผู้ซึ่งได้ชื่อว่ามี “เกียรติยศ” ในสภาพสังคมแบบนี้จะเป็นผู้ที่มีความสามารถในการทำหน้าที่
คนนั้นอาจจะไม่ใช่ผู้ที่มีความรับผิดชอบ หากแต่ได้ขึ้นมาใหญ่โตโอ่อ่าเพราะมีพวกมาก มีเงินมาก มีผู้อุปถัมภ์อย่างกว้างขวาง
อยากจะเติมในสิ่งที่ขาด
นั่นคือ เกียรติภูมิ
ถึงแม้ใครจะว่าปลอมๆ แต่คนทั่วไปก็ยอมรับ ยกย่อง เชิดชูโดยไม่จำเป็นต้องเป็นคนดี ไม่จำเป็นต้องมีคุณธรรม ไม่ต้องมีความรู้มีความสามารถ ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้นำหน่วยที่มีคุณภาพ
สังคมไทยในวันนี้กำลังเลยเถิด ผู้เป็นใหญ่ไม่คำนึงถึงกฎเกณฑ์ กติกา อาวุโสขอแต่เพียงให้ตัวเอง หรือน้องนุ่งลูกหลานคนในวงศ์วานว่านเครือในตระกูลได้ขึ้นมาเป็นใหญ่
เพียงเพื่อที่จะได้ชื่อว่า “เป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูล” ก็ยอมแต่งตั้งให้ได้เป็นถึงจะฉ้อฉลก็ทำ !?!!

