เทคโนโลยีช่วยเคลื่อนไหว ทางเลือกฟื้นร่างกายสูงวัย

19.06.16 | 16:43 น.
เครื่องฝึกการเคลื่อนไหวขาบนเตียงปรับยืน

ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ช่วงปี 2567-2568 สิ่งหนึ่งที่ตามมาคือ การดูแลผู้สูงวัยที่มีความเสื่อมถอยของร่างกาย ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคเรื้อรังต่างๆ ทั้งเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคเกี่ยวกับกระดูกและข้อ โรคทางสมอง ที่อาจส่งผลให้กลายเป็นอัมพฤกษ์อัมพาตได้

ปัจจุบันมีผู้สูงอายุที่ป่วยหรือพิการต้องเข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพทางร่างกายจำนวนมาก หลายรายเคยเป็นผู้ป่วยติดเตียง เมื่อจำเป็นต้องฟื้นฟูร่างกายอาจต้องใช้เวลาจนทำให้ท้อ หมดแรงที่จะสู้ต่อ

แต่ปัญหาเหล่านี้จะหมดไป…เพราะเมื่อเร็วๆ นี้ สถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ร่วมกับบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือเคทีซี ทดลองนำ “เทคโนโลยีเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพด้านการทรงตัว” อาทิ เครื่องฝึกการทรงตัวบนลู่เดิน เครื่องฝึกการเคลื่อนไหวขาบนเตียงปรับยืน ฯลฯ มาใช้กับผู้สูงอายุ นับเป็นเครื่องแรกและเครื่องเดียวของประเทศไทย

พญ.ดารณี สุวพันธ์
พญ.ดารณี สุวพันธ์

พญ.ดารณี สุวพันธ์ ผู้อำนวยการสถาบันสิรินธรฯ ให้ข้อมูลขณะพาเยี่ยมชมเทคโนโลยีดังกล่าวว่า ผู้สูงอายุเป็นวัยที่มีความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย อันเนื่องจากความชราในหลายด้าน โดยเฉพาะความบกพร่องของการเดินและการทรงตัว ในส่วนของความบกพร่องของการเดินนั้น พบว่า กลุ่มอายุ 60-70 ปี จะมีมวลกล้ามเนื้อ ความแข็งแรง และความสามารถในการประสานงานของกล้ามเนื้อลดลงกว่าเมื่ออายุ 20-30 ปี ถึงร้อยละ 20-40 รวมทั้งการเสื่อมของข้อต่อและเอ็นรอบข้อ จึงเกิดการจำกัดการเคลื่อนไหวของข้อ และความเร็วในการตอบสนองของกล้ามเนื้อลดลง นอกจากนี้ ยังพบว่าการเปลี่ยนแปลงของโครงร่างกล้ามเนื้อมีผลต่อท่าทางการเดิน ผู้สูงอายุส่วนใหญ่จะรู้สึกว่าไม่สามารถยกเท้าได้สูงเท่ากับที่เคยทำได้ มีการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนไหวของสะโพกในการรับน้ำหนักของขาขณะเดิน ซึ่งภาวะเหล่านี้เป็นสาเหตุที่ทำให้หกล้ม และนำไปสู่การเจ็บป่วยอื่นๆ รวมไปถึงการนอนติดเตียงเป็นเวลานาน

สำหรับผู้ป่วยติดเตียงนั้น ปัจจุบันมีเทคโนโลยีช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพทางกาย เรียกว่า “เครื่องฝึกการเคลื่อนไหวขาบนเตียงปรับยืน” วิธีการคือ ให้ผู้ป่วยนอนราบบนเตียง ซึ่งเครื่องจะช่วยปรับความดันให้ทรงตัวอยู่ในท่ายืน จากนั้นจะอาศัยไฟฟ้ากระตุ้นการเคลื่อนไหวของขา เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา ทั้งหมดทำงานด้วยระบบคอมพิวเตอร์ควบคุมการเคลื่อนไหวของขาแบบอัตโนมัติ แต่สำหรับผู้สูงอายุไม่ควรฝึกด้วยเครื่องชนิดนี้เกินครึ่งชั่วโมง

Advertisement

อีกเครื่อง เรียกว่า “เครื่องฝึกการทรงตัวบนลู่เดิน” เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาการทรงตัว ซึ่งในผู้สูงอายุกลไกในการทำงานที่ควบคุมการทรงตัวของระบบอวัยวะต่างๆ ลดลง ทำให้สมดุลในการทรงตัวบกพร่อง ผู้สูงอายุบางรายมีอาการบ้านหมุน นำไปสู่การหกล้ม ดังนั้น แพทย์จะให้ฝึกทรงตัวด้วยเครื่องดังกล่าว ซึ่งจะมีสายโยงประคองทั้งตัวเพื่อป้องกันการล้มในขณะฝึก ส่วนการทำงานจะควบคุมการเดินด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ในสถานการณ์เสมือนจริง เช่น เมื่อหกล้มจะต้องประคองตัวหรือทรงตัวอย่างไร หากฝึกบ่อยๆ สมองจะจำอัตโนมัติว่าเมื่อจะล้มลงท่านี้ต้องทรงตัวกลับมาอย่างไร ใช้เวลาครั้งละประมาณ 1 ชั่วโมง ฝึกประมาณ 1 เดือน จะสามารถกลับมาเดินอย่างปกติ

นอกจากนี้ ยังมี “จักรยานเสมือนจริง” ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาและเข่า ซึ่งเครื่องจะเชื่อมข้อมูลกับระบบคอมพิวเตอร์ มีภาพสถานที่ให้เลือกปั่นจักรยาน เน้นไปตามเมืองท่องเที่ยวต่างๆ ของโลก ทั้งทางบกและทางน้ำ และยังมี “เครื่องฝึกการเคลื่อนไหวด้วยระบบคอมพิวเตอร์” หรือ Silver Fit ซึ่งเป็นเกมที่ช่วยฝึกความแข็งแรงของแขนและขา เป็นต้น

สำหรับการทำกายภาพบำบัดด้วยเทคโนโลยีเหล่านี้ พญ.ดารณีบอกว่า ผู้ป่วยสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการสามารถเบิกได้ ขณะที่สิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) และสิทธิประกันสังคม ต้องเป็นผู้ป่วยส่งต่อเท่านั้นจึงจะไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่หากเป็นผู้ป่วยที่ต้องการรักษาเองจะต้องเป็นผู้ป่วยในของสถาบันสิรินธรฯ และแพทย์วินิจฉัยแล้วว่าจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ โดยคิดค่าบริการครั้งละ 1,000-1,200 บาท

เครื่องปั่นจักรยานเสมือนจริง
เครื่องปั่นจักรยานเสมือนจริง