เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2562 ร.ต.อ.ศักดิ์มงคล โยธา รอง สว.(สอบสวน) สน.แสมดำ รับแจ้งมีคนร้ายหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ท่าข้าม ก่อนทิ้งรถและยาบ้าจำนวนมากไว้ตามจุดต่างๆ บนถนนสะแกงาม แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม. จึงไปตรวจสอบ พ.ต.อ.อำนาจ หาญชนะ ผกก.สน.แสมดำ, พ.ต.ท.วิเชียร เพชรเสนา รอง ผกก.สส.บก.น.9 เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน กำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน
ที่เกิดเหตุจุดแรกริมถนนปากซอยสะแกงาม 12 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม.พบกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจ สน.ท่าข้าม กำลังรักษาของกลางเป็นกระสอบปุ๋ย 1 กระสอบ ภายในบรรจุยาบ้า 20 มัด รวม 40,000 เม็ด จุดที่ 2 อยู่ลานจอดรถหน้าร้านกาแฟ “คับแก้ว” ท้ายซอยสะแกงาม 52 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม.พบรถยนต์หรูยี่ห้อฮุนได รุ่น H-1 สีดำ ทะเบียน ฮธ 3800 กทม. จอดดับเครื่องอยู่
จากการตรวจค้นที่คอนโซลข้างคนขับพบกุญแจรถวางไว้คู่กับโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ส่วนที่ห้องโดยสารด้านหลัง พบถุงบรรจุเสื้อผ้าขนาดใหญ่ลายสก๊อตสีฟ้า ภายในมียาบ้าอยู่ 80 มัด รวม 160,000 เม็ด นอกจากนี้ยังพบน้ำกระท่อมที่ผ่านมาการต้มแล้ว บรรจุในขวดน้ำอัดลมขนาด 1 ลิตร จำนวน 2 ขวด เบื้องต้นจึงเก็บรวมรวบรายละเอียดที่พบทั้ง 2 จุดไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อเวลาประมาณ 05.00-05.30 น.กำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจ สน.ท่าข้าม ประกอบด้วย ร.ต.ท.สุทธิพงศ์ วันดี รอง สวป.สน.ท่าข้าม ด.ต.เจม เหล่าสนธิ์ ด.ต.สรายุทธ อินทลี และ ส.ต.ท.ณัฐวัฒน์ ศรีคำ ผบ.หมู่ (ป.) สน.ท่าข้าม ได้ร่วมกันออกตรวจตราจุดล่อแหลมบริเวณร้านค้าในเขตความรับผิดชอบ ซึ่งอยู่ตามแนวฟุตปาธริมถนนสะแกงามปากซอย 12 ก่อนพบรถยนต์ฮุนไดคันดังกล่าวจอดอยู่บนถนนซึ่งเป็นความรับผิดชอบของ สน.แสมดำ ลักษณะมีพิรุธ มองเห็นคนในรถเป็นชายวัยรุ่น 2 คน ช่วยกันนำกระสอบปุ๋ยของกลางลงมาวางไว้ริมถนน ทันทีที่ชายวัยรุ่นดังกล่าวเห็นตำรวจก็รีบวิ่งขึ้นรถก่อนที่คนขับซึ่งจอดติดเครื่องรออยู่ จะเร่งเครื่องพากันหลบหนีการจับกุมเข้าไปจอดรถท้ายซอยสะแกงาม 52 แล้วทั้งหมดก็ทิ้งรถและของกลางที่เหลือพากันวิ่งหลบหนีไปได้อย่างหวุดหวิด
ด้าน พ.ต.ท.วิเชียร เพชรเสนา รอง ผกก.สส.บก.น.9 เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุคาดว่ากลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ที่หลบหนีไปได้น่าจะนำยาบ้าของกลางมาวางไว้ตามจุดนัดหมาย รอให้ลูกค้ามานำไปแบ่งขายต่อ แต่จังหวะดังกล่าวกลับพบสายตรวจ สน.ท่าข้าม ซึ่งกำลังตรวจตราพื้นที่ในความรับผิดชอบอยู่พอดี จึงต้องรีบหนีและอาศัยความมืดทิ้งรถวิ่งหลบหนีไปได้ อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้จะร่วมกับฝ่ายสืบสวน สน.ท่าข้าม และ สน.แสมดำ ช่วยกันแกะรอยล่าตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย จากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่หลบหนี เพื่อนำตัวมาดำเนินคดี ส่วนรถของกลางยาบ้าและวัตถุพยานที่พบบนรถจะประสานกองพิสูจน์หลักฐานเร่งดำเนินการตรวจสอบลายนิ้วมือแฝงด้วยเช่นกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบเลขทะเบียนรถของกลางที่ผู้ต้องหาทิ้งไว้ ปรากฏชื่อผู้ครอบครองคือ นายอดิศร คุณาธิมาพันธ์ อายุ 33 ปี ชาว จ.สมุทรสงคราม โดยเจ้าตัวเปลี่ยนชื่อและนามสกุลมาแล้ว 1 ครั้ง ปัจจุบันใช้ชื่อ นายณัฐพัฒน์ ภูมิพิทักษ์ทรัพย์ อย่างไรก็ตาม จากการสืบค้นประวัติอาชญากรในเบื้องต้นไม่พบว่าเคยถูกจับดำเนินคดีใดๆ มาก่อน ซึ่งหลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะประสานเข้ามาให้ปากคำว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวหรือไม่ หากพบมีความเชื่อมโยงก็จะแจ้งข้อหาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

