อัพเกรดรถพยาบาล รักษาตั้งแต่ที่บ้าน

20.06.16 | 13:15 น.

ขึ้นชื่อว่า “อุบัติเหตุ” เกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ เกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ เกิดขึ้นกับใครก็ได้ และเมื่อเกิดขึ้นแล้ว ทุกวินาทีจะมีค่ามาก สามารถชี้เป็นชี้ตายหรือเปลี่ยนชีวิตให้อยู่อย่างพิการไปตลอดกาล หากไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีและถูกต้อง

ล่าสุดมีการพัฒนานวัตกรรมช่วยเหลือฉุกเฉินทางการแพทย์ ภายใต้ศูนย์บริการฉุกเฉิน เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ (Bangkok Emergency Services : BES) หรือบีอีเอส นำมาจัดแสดงในงานมติชนเฮลท์แคร์ 2016 ที่เพิ่งผ่านพ้นไป ภายใต้แนวคิด “สร้างสุขผู้สูงวัย” ณ ห้องเพลนารี่ฮอลล์ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

นพ.ดิสวิน ภู่วุฒิกุล แพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิน ศูนย์อุบัติเหตุกรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ เล่าถึงที่มาให้ฟังว่า บีอีเอสจัดตั้งโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยได้รับอุบัติเหตุหรือผู้ป่วยวิกฤต และส่งต่อไปยังโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดโดยเร็ว เนื่องจากมีความพร้อมทางด้านโรงพยาบาล ทีมแพทย์และพยาบาลประจำโรงพยาบาลเครือข่ายทั้งหมด 14 แห่งในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในการลดระยะเวลาการรอคอย เพราะเป็นช่วงเวลาที่สำคัญมากสำหรับคนไข้

บีอีเอสดำเนินการสู่ปีที่ 4 ตลอดเวลาที่ผ่านมา เราได้พัฒนาการบริการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย ไม่ใช่แค่ทางรถพยาบาลอย่างเดียว แต่ยังมีทางเรือพยาบาล เครื่องบิน เฮลิคอปเตอร์ และมอเตอร์ไซค์ ครบวงจรทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ

ล่าสุดบีอีเอสพัฒนานวัตกรรมรถฉุกเฉิน “รถโมบายซีซียู” เป็นรถตู้เบนซ์ขนาดใหญ่มีการติดตั้งอุปกรณ์ทางการแพทย์ขั้นสูง ได้แก่ เครื่องวัดสัญญาณชีพและเครื่องกระตุกไฟฟ้าหัวใจสำหรับเคลื่อนย้าย เครื่องควบคุมการให้ยาและสารน้ำ เครื่องดูดเสมหะ เก้าอี้ปรับหมุนพับเก็บได้ เตียงเคลื่อนย้ายผู้ป่วยรับน้ำหนักได้สูงสุด 312 กิโลกรัม ถังออกซิเจนสำหรับเคลื่อนย้ายผู้ป่วยความจุ 623 ลิตรก๊าซ เหมือนยกห้องซีซียูและไอซียูเคลื่อนไปหาผู้ป่วยและทำการรักษาได้อย่างทันท่วงที

Advertisement

“ปัจจุบันการรักษาพยาบาลเริ่มต้นที่บ้าน ไม่ใช่ที่โรงพยาบาลอีกแล้ว หลังจากเรียกรถพยาบาล เราจะไปหา พร้อมด้วยอุปกรณ์ทางการแพทย์มากมาย ผู้ป่วยจะได้รับการวินิจฉัยเพื่อรักษาได้ทันทีจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้วยเครื่องอาร์พี-เอ็กซ์เพรส ใช้เทคโนโลยี 4จี แสดงภาพและเสียงผู้ป่วย บาดแผล อาการ อัตราการเต้นของหัวใจ เพื่อผลการรักษาที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ แม้จะอยู่ต่างที่กัน รวมถึงเครื่องเอคโม ทำหน้าที่เป็นเครื่องหัวใจและปอดเทียม รองรับกรณีเคลื่อนย้ายผู้ป่วยที่หัวใจและปอดทำงานเองไม่ไหว มารักษาต่อในการเปลี่ยนหัวใจหรือปอดต่อไป” นพ.ดิสวินกล่าว

แม้รถโมบายซีซียูปัจจุบันจะมีเพียง 3 คัน แต่ไม่ต้องห่วง เพียงโทรบีอีเอสสายด่วนช่วยชีวิต 1724 ยังมีรถพยาบาลของโรงพยาบาลในเครือบีอีเอส ได้แก่ โรงพยาบาลกรุงเทพ พญาไท เปาโล สมิติเวช และบางกอกเนอสซิ่งโฮม ส่งรถพยาบาลที่ใกล้ที่สุดไปช่วยเหลืออย่างทันท่วงที ภายใต้มาตรฐานการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยของอเมริกา ต้องให้บริการด้วยความปลอดภัย รับคนไข้มาแล้วต้องไม่เกิดอุบัติเหตุ ยิ่งในผู้ป่วยเส้นเลือดสมองตีบที่มีอาการ ต้องได้รับยาละลายลิ่มเลือดด่วน

ในเครือข่ายยังมีรถโมบายซีทีแอนด์สโต๊ค ทรีทเม้นท์ ยูนิต จำนวน 1 คัน จอดประจำการที่โรงพยาบาลพญาไท 1 ติดตั้งเครื่องซีทีสแกนไว้บนรถ สามารถสแกนศีรษะและให้ยาผู้ป่วยได้ตั้งแต่หน้าบ้านเลย

นอกจากนี้ รถโมบายซีซียูและรถโมบายซีทีแอนด์สโต๊ค ทรีทเม้นท์ ยูนิต ยังสามารถขนอุปกรณ์ทางการแพทย์สำคัญอื่นๆ ขึ้นไปได้ เช่น เครื่องอัลตราซาวด์ เครื่องเจาะเลือดที่ทราบผลภายใน 2 นาที เครื่องปั่นเลือดเพื่อสามารถให้เลือดได้ทันที

ในส่วนค่าใช้จ่ายเรียกรถโมบายซีซียูนั้น หากอยู่ในกรุงเทพฯและปริมณฑล เสียค่าใช้จ่ายเริ่มต้นที่ 5,000 บาท และจะเพิ่มตามระยะทาง และจำนวนแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ที่คอยดูแล อย่างตำแหน่งคนขับที่หากต้องขับออกต่างจังหวัดที่ระยะทางเกิน 300 กิโลเมตร ต้องมีคนขับ 2 คนสลับกัน เพื่อความปลอดภัย ก่อนเข้างานผู้ขับยังต้องตรวจปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกาย และพักผ่อนเพียงพอ จะไม่มีควงกะทำงาน

นายวรวุฒิ จันทร์โอภาส เจ้าหน้าที่เวชกรฉุกเฉิน ศูนย์อุบัติเหตุกรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า เมื่อเกิดอุบัติเหตุขอให้นึกถึงสายด่วน 1724 หรือแอพพลิเคชั่น “BES ilertu” ครั้งแรกจะมีการลงทะเบียนชื่อนามสกุล ที่อยู่ โรคประจำตัว เพื่อต่อไปเมื่อแจ้งขอความช่วยเหลือเข้ามา บีอีเอสสามารถนำรถฉุกเฉินออกไปในเวลารวดเร็วและแม่นยำ จากระบบนำทางไปสู่ที่อยู่ของผู้ป่วย เลี่ยงเส้นทางเลี่ยงรถติด ไปพร้อมทีมแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ แต่ละส่วนอาจมีมากกว่า 1 คน ขึ้นอยู่กับอาการผู้ป่วย

“สิ่งที่รถพยาบาลของเราแตกต่างจากรถพยาบาลอื่นๆ คือ อุปกรณ์ทางการแพทย์และยาที่สำคัญพร้อมติดไปกับรถ รวมถึงการมีจุดยึดล็อกอุปกรณ์และเข็มขัดนิรภัยผู้นั่งและผู้ป่วย รองรับการเหวี่ยงกระแทกหากเกิดอุบัติเหตุ และนอกจากนวัตกรรมรถฉุกเฉินที่ทันสมัยแล้ว เรายังมีทีมแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ ที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ สามารถให้ความช่วยเหลืออย่างถูกต้องและทันท่วงที คิดว่าอย่างน้อยก็สามารถเพิ่มอัตราการรอดชีวิตได้ แต่มากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับสภาพอาการและการบาดเจ็บของผู้ป่วยอีกที” นายวรวุฒิกล่าวทิ้งท้าย