รวบตัวแล้วสาวหลอกหนุ่มซื้อรถกระบะ ตั้งข้อหาหนักฉ้อโกงประชาชน ผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
เมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 13 ธันวาคม ที่ สภ.เสม็ด นายมนตรี พรมภิบาล อายุ 30 ปี บ้านเดิมอยู่ จ.ฉะเชิงเทรา เดินทางมารอพบ น.ส.บุษราคัม เสาร์ทอง อายุ 22 ปี ชาว จ.สุรินทร์ ซึ่งได้มีการนัดทางไลน์ เพื่อขอเคลียร์ปัญหากรณีที่ น.ส.บุษราคัม ได้ติดต่อทางโปรแกรมหาคู่ “จัมโบ้” พร้อมทั้งอ้างว่าอยากได้รถกระบะไว้ใช้งาน แต่ติดแบล็คลิสต์ อยากใช้ชื่อออกรถ โดยจะวางดาวน์และจะผ่อนเอง โดยนายมนตรีได้ออกรถกระบะ ฟอร์ด 4 ประตู ราคา 884,000 บาท ผ่อน 84 งวด งวดละ 9,800 บาท วางดาวน์ 190,000 บาท โดยสาวได้นำเงินสดมาวางดาวน์ ภายหลังจากได้รถกระบะไปแล้ว ปรากฏว่าไม่ยอมผ่อนค่างวดแต่อย่างใด จึงพยายามติดต่อกับ น.ส.บุษราคัม พร้อมทั้งนัดเจอที่ สภ.เสม็ด ปรากฏว่ารอนานกว่า 2 ชั่วโมง ไม่ยอมมาพบแต่อย่างใด จึงได้พยายามติดต่อทางไลน์ได้อ้างว่ากลัวนักข่าว จึงพยายามโทรศัพท์ติดต่อแต่ไม่ยอมรับสาย จึงคิดว่าถูกหลอกอีกแล้ว เพราะได้มีการนัดผู้เสียหายมาแล้วหลายรายแต่ไม่ยอมไปตามนัด ในที่สุดได้เดินทางกลับที่พัก
นายมนตรีกล่าวว่า ตนเองถูกไฟแนนซ์ทวงถามเรื่องค้างค่างวดรถกระบะ 2 งวดแล้ว พยายามประสานงานกับ น.ส.บุษราคัม เพื่อเคลียร์ปัญหา แต่สาวไม่ยอมมาพบแต่อย่างใด อ้างว่ากลัวนักข่าว โทรศัพท์ก็ไม่รับ แต่ก็สร้างความหวังว่ารถกระบะคันที่ตนเองซื้อนั้นยังอยู่ในประเทศไทย จะได้มีโอกาสได้คืน และต่อสู้คดีต่อไป
ต่อมาเวลา 20.00 น.วันเดียวกัน พ.ต.ท.ฐิติวัสส์ บุญอ่อน สารวัตรเวร สภ.เสม็ด ได้รับการประสานงานกับ น.ส.บุษราคัม เพื่อเดินทางมาเคลียร์ปัญหาเรื่องการซื้อรถกระบะที่ตกเป็นเหยื่ออีก 2 คนคือ นายสุบรรณ มีโคทะ อายุ 28 ปี และนายวิทวัส เธียรเศวตตระกูล อายุ 32 ปี บ้านเดิมอยู่ จ.แพร่ แต่มาทำงานในพื้นที่ จ.ชลบุรี เจรจานานประมาณ 30 นาที
หลังจากนั้นนายวิทวัสกล่าวว่า ในการเจรจาครั้งนี้ น.ส.บุษราคัม ได้บอกว่าได้นำรถไปจำนำแล้ว และจะผ่อนค่างวดเอง จนกว่าจะหารถมาคืนให้ และจะเปลี่ยนแปลงสัญญาเป็นชื่อของ น.ส.บุษราคัม แต่ตนเองไม่ยอม เพราะไม่เชื่อใจอีกแล้ว และจะขอแจ้งความดำเนินคดีในข้อหายักยอก ส่วนคดีอยู่ที่ตำรวจจะต้องดำเนินการต่อไป

เวลาต่อมา พ.ต.ท.ฐิติวัสส์ บุญอ่อน สารวัตรเวร สภ.เสม็ด เจ้าของคดีกรณีที่ น.ส.บุษราคัม เสาร์ทอง อายุ 22 ปี ได้ติดต่อทางโปรแกรมหาคู่ “จัมโบ้” พร้อมทั้ง พร้อมทั้งหวานล้อมบรรดาหนุ่มๆ อยากจะไปอยู่ด้วย แต่จะต้องเป็นโสด หลังจากนั้นอ้างว่าอยากได้รถกระบะไว้ใช้งาน แต่ติดแบล็คลิสต์ อยากใช้ชื่อออกรถ โดยจะวางดาวน์และจะผ่อนเอง ปรากฏว่าหลังจากได้รถกระบะไปแล้ว ไม่ยอมผ่อนค่างวด โดยมีหนุ่มๆ ตกเป็นเหยื่อและออกรถกระบะให้กับหญิงสาวดังกล่าวไม่น้อยกว่า 12 คันในพื้นที่ อ.เมืองชลบุรี อ.พานทองว่า ขณะนี้ได้ตั้งข้อหาฉ้อโกงประชาชน และความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โดยทุจริตหลอกลวงเอาข้อความอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ส่วนผู้ต้องหาต้องดำเนินการตาม ป.วิอาญา มาตรา 134 วรรคท้าย ซึ่งจะต้องควบคุมตัวเพื่อไปส่งศาลให้พิจารณาอีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากผู้ต้องหามาพบกับพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา และกำลังขยายผลเกี่ยวกับการกระทำความผิด ซึ่งจะอยู่ในดุลยพินิจของศาลต่อไป


