เครือข่ายสุขภาพฯ ยื่นหนังสือ ปธ. คตร.ทวงความคืบหน้าปลดล็อกโครงการสสส. เหตุสุดท้ายยังล่าช้า ส่งผลกระทบไปทั่ว บางโครงการต้องเลิกจ้าง ปิดตัว เดือดร้อนแล้วไม่น้อย 5 พันคน
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 29 มกราคม ที่บริเวณด้านหน้าสำนักงานปลัดบัญชีกองทัพบก นางสุดใจ พรหมเกิด ผู้จัดการสถาบันสื่อสร้างสรรค์และวัฒนธรรมการอ่าน พร้อมด้วย นายธนากร คมกฤส ผู้ประสานงานเครือข่ายรณรงค์หยุดพนัน นำตัวแทนขบวนการสร้างเสริมสุขภาพภาคประชาชน(ขสช.)และตัวแทนเครือข่ายกว่า30คน เข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกถึง พล.อ.ชาตอุดม ติตถะสิริ ประธานคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ(คตร.)เพื่อทวงถามความคืบหน้าโครงการที่ขอรับทุนสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.)จำนวน500 โครงการ
นางสุดใจ กล่าวว่า หลังจาก คตร.ได้ตรวจสอบการดำเนินงานการใช้จ่ายงบประมาณ สสส. จากนั้นจึงมีการสั่งชะลอโครงการกว่า500โครงการอย่างไม่มีกำหนด ส่งผลกระทบกับภาคประชาชน องค์กรต่างๆที่รับงบสนับสนุนโครงการจากสสส.ทั้งในส่วนที่เป็นการเบิกจ่ายเงินงวดโครงการเดิมและโครงการที่เสนอเข้ามาใหม่ ทำให้หลายองค์กรเดือดร้อนอย่างหนัก ยุติกิจกรรมตามโครงการทั้งหมด บางองค์กรเริ่มลดเงินเดือนลดจำนวนคนทำงาน และมีบางส่วนได้เตรียมปิดองค์กรลงไปโดยปริยาย อย่างไรก็ตาม องค์กรภาคประชาชนไม่ใช่หน่วยงานที่แสวงหากำไร หรือสะสมทุนจึงทำให้เกิดช่องว่างกลายเป็นปัญหาใหญ่ของคนทำงานเพื่อสังคมซึ่งสถานการณ์นี้ส่งผลให้ผู้ที่รับทุน เดือดร้อนไม่น้อยกว่า 5,000 คน และงานเพื่อสังคมที่ต้องหยุดชะงักไป ส่งผลกระทบกับเด็ก เยาวชน ผู้พิการ ผู้สูงอายุ ชุมชนต่างๆ และประชาชนอื่นๆ ที่ควรได้รับประโยชน์อีกจำนวนมาก
นางสุดใจ กล่าวว่า เครือข่ายฯซึ่งยืนหยัดในการต่อสู้เพื่อปกป้องหลักการปฏิรูประบบสุขภาพตลอดมา จึงขอเรียกร้องต่อคตร.ดังนี้1.ตามที่เป็นข่าวว่า ขณะนี้ คตร.ได้ผ่านโครงการไปแล้ว20โครงการ จากจำนวนโครงการที่มีอยู่500โครงการ วงเงินมากกว่า1,900ล้านบาทนั้น เครือข่ายฯใคร่ขอทราบถึงปัญหาอุปสรรคและทิศทางในอนาคต กับจำนวนโครงการที่เหลือว่าจะใช้เวลาเท่าไรในการจัดการและในเมื่อ สสส.ได้แก้ไขระเบียบตามที่ คตร.และกระทรวงสาธารณสุขแนะนำแล้ว ก็ควรให้ สสส.กลับ เข้าสู่สถานการณ์ปกติ ในการพิจารณาโครงการสสส.ด้วย 2.ทราบว่าในการนำเสนอโครงการ ทางสสส.ต้องกรอกข้อมูลในตารางที่ทาง คตร.กำหนดไว้ ซึ่งการกรอกข้อมูลนี้ มีขั้นตอนที่สร้างความยุ่งยากและใช้เวลาพอสมควร เครือข่ายฯจึงขอเสนอว่า โครงการที่คตร.ตรวจนั้น ภาคีพร้อมและยินดีให้ตรวจ แต่เบื้องต้นขอให้ดูจากเอกสารโครงการที่ได้รับอนุมัติทุนไปแล้ว และหาก คตร.อยากจะซักถาม ภาคีทั้ง500โครงการก็พร้อมเข้าไปชี้แจง ตอบทุกคำถาม ซึ่งจะช่วยร่นระยะเวลาลงไปได้มาก และ 3.ตามบัญชาของนายกรัฐมนตรีเมื่อเร็วๆนี้ ระบุชัดให้เร่งการพิจารณาเพื่อให้ สสส. กลับเข้าสู่การทำงานปกติ โดยเร็วนั้น เครือข่ายฯจึงขอเรียกร้องให้คตร. มีคำสั่งที่เป็นรูปธรรมตามนโยบายนายกรัฐมนตรีโดยเร็ว ว่าจะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร มีระยะเวลาเสร็จสิ้นเมื่อใด
“เครือข่ายฯทราบว่าโครงการที่ผ่านการพิจารณาของ คตร.แล้ว ยังต้องไปผ่านการพิจารณาโดยกรรมการจากกระทรวงสาธารณสุข(สธ.)ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นตอนให้ยืดเยื้อและขัดแย้งกับบัญชาของนายกฯอย่างสิ้นเชิง เครือข่ายฯจึงขอให้เร่งทบทวนและสร้างความชัดเจนโดยเร็ว เพื่อให้กรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ได้ดำเนินการด้วยความถูกต้องและเหมาะสม ตามระเบียบใหม่ที่แก้ไขแล้วต่อไป” นางสุดใจ กล่าวและว่า จนถึงขณะนี้กลไกต่างๆยังล่าช้า และเมื่อคตร.พิจารณาเห็นชอบโครงการแล้ว ยังต้องส่งต่อให้คณะกรรมการที่กระทรวงสาธารณสุขแต่งตั้ง อีกไม่น้อยกว่า3อาทิตย์ ซึ่งสวนทางกับคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ให้ปลดล็อคโครงการที่ภาคประชาชนรับทุนสนับสนุนจากสสส.และเร่งเดินหน้างานเพื่อสังคมโดยเร็ว”นางสุดใจ กล่าว
นายธนากร กล่าวว่า กรณีของโครงการรณรงค์หยุดพนัน ตอนนี้ได้หยุดกิจกรรมทั้งหมดลงแล้ว และในส่วนคนทำงานก็เตรียมตัวแยกย้ายกันไป หากไม่ได้รับอนุมัติให้ดำเนินโครงการต่อ ส่วนหนี้สินที่เกิดขึ้นในการสำรองจ่ายเพื่อทำกิจกรรมช่วง3-4เดือนที่ผ่านมายังไม่รู้ว่าจะได้คืนมาหรือไม่ ซึ่งกรณีนี้ถือเป็นตัวอย่างของคนอีกจำนวนมากที่มีความตั้งใจดี อยากทำงานเพื่อสังคม โดยขอรับทุนสนับสนุนจาก สสส.แต่ต้องมาสะดุดหยุดลง อย่างไรก็ตามการตรวจสอบถือเป็นเรื่องที่ดี แต่กระบวนการที่เป็นอยู่ได้สร้างปัญหากับคนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรด้วยไม่เพียงเฉพาะกับคนทำงาน แต่กลุ่มเป้าหมายที่เป็นประชาชนในพื้นที่ต่างได้รับผลกระทบไปด้วย และแม้ว่า คตร.จะพิจารณาโครงการต่างๆไปบ้างแล้ว ก็เป็นจำนวนที่น้อยมาก ยิ่งต้องไปผ่านการพิจารณาจากกรรมการของกระทรวงสาธารณสุขอีกยิ่งทำให้โครงการช้าลงไปอีก และที่สำคัญกระบวนการนี้สวนทางกับที่นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ไว้อย่างสิ้นเชิงในการให้เร่งปลดล๊อคให้งาน สสส.เดินต่อไปได้
“การที่ คตร.ได้เข้ามาตรวจสอบโครงการต่างๆของ สสส.ในช่วงที่ผ่านมา เชื่อว่าคตร.น่าจะเห็นข้ออ่อนในการดำเนินการต่างๆพอสมควร ทางที่ดีหากคตร.สรุปบทเรียนเหล่านี้ให้สสส.นำไปปรับปรุงแก้ไขตามระเบียบที่ สสส.ได้แก้ไขตามคำแนะนำของ คตร.แล้วควรให้ทุกอย่างกลับสู่ระบบปกติ การล่าช้าต่างๆก็น่าจะผ่อนคลายลง แต่หากยังคงมีขั้นตอนที่สลับซ้อนอยู่เช่นนี้ คาดว่าจะสะสมผลกระทบที่มากขึ้นและจะส่งผลสะเทือนในวงกว้างต่อไป อยากให้รัฐบาลและประชาชนทั่วไปได้เข้าใจว่างานที่ภาคีสสส.ช่วยกันทำอยู่นี้ก็คืองานประชารัฐรูปแบบหนึ่งตามนโยบายของรัฐบาลเช่นกัน” นายธนากร กล่าว

