ราชทัณฑ์ขอเงินกองทุนยาเสพติด ป.ป.ส 34 ล้านบาทรักษานักโทษต่างชาติกว่า 9 พันคน เผยไม่เข้าเกณฑ์ใช้บัตรทอง-สำนักงบไม่จ่าย ระบุปีที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิตในเรือนจำแล้ว 1,170 คน ส่วนใหญ่ติดโรคมาก่อนถูกจองจำ
เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม ที่กรมราชทัณฑ์ พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์ศรีนิล รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงการให้ความช่วยเหลือผู้ต้องขังต่างชาติทั่วประเทศ ที่มีอาการเจ็บป่วยหลังจากเข้ามารับโทษอยู่ในเรือนจำตามหลักสิทธิมนุษยชนว่า ปัจจุบันเรือนจำทั่วประเทศที่ผู้ต้องขังจำนวน 15,000 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้ต้องหาในคดียาเสพติดให้โทษจำนวน 9,600 คน จำนวนนี้ผู้ป่วยส่วนใหญ่มาจากประเทศเพื่อนบ้าน ลาว กัมพูชา และเมียนมา มีอาการป่วยจากโรคประจำถิ่นที่ต้องได้รับการรักษาเพื่อป้องกันไม่ให้มีการแพร่ระบาดไปยังนักโทษที่อยู่ในเรือนจำ ซึ่งกลุ่มผู้ต้องขังดังกล่าวนั้นทางสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สป.สช.)ไม่รองรับเนื่องจากเป็นผู้ต้องขังต่างด้าว จึงเป็นภาระของกรมราชทัณฑ์ที่จะต้องดูแล ซึ่งที่ผ่านมาเคยประสานไปยังสถานฑูตของประเทศต้นสังกัดของกลุ่มผู้ต้องขังเพื่อขอรับความช่วยเหลือ แต่การได้รับการชี้แจงว่า ตามหลักสากลแล้วเป็นเรื่องที่ทางการไทยจะต้องให้ความดูแลรักษา ดังนั้นกรมราชทัณฑ์จึงได้ขอการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนป้องกันและปรามปรามยาเสพติดของสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส) ในส่วนของการบำบัดฟื้นฟูเพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลนักโทษ เพราะนักโทษบางรายต้องผ่าตัด และต้องใช้ยารักษาการป่วยเฉพาะทาง ซึ่งมีราคาที่ค่อนข้างสูง
รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวอีกว่า กรมราชทัณฑ์ได้เคยเสนอของบประมาณไปยังสำนักงบประมาณแล้ว แต่โดนตัด ดังนั้นจึงต้องขอไปยัง ป.ป.ส.เป็นจำนวนเงินประมาณ 34 ล้านบาท สำหรับผู้ต้องขังป่วยจำนวน 9,600 บาท เฉลี่ยค่าหัวประมาณ 3,600 บาท/คน/ปี ซึ่งขณะนี้ ป.ป.ส.อยู่ระหว่างการพิจารณา สำหรับผู้ต้องขังหรือนักโทษที่ต้องเข้ารับการรักษาด่วน โดยเฉพาะกรณีผ่าตัดเร่งด่วน ที่มีค่าใช้จ่ายสูงถึง 100,000-200,000 บาท ซึ่งที่ผ่านมาทางเรือนจำฯจะทำเรื่องขอรับการสงเคราะห์จากโรงพยาบาลของรัฐ โดยเฉพาะโรงพยาบาลตำรวจเป็นหลักถือเป็นการไปสร้างภาระให้กับทางโรงพยาบาล โดยในรอบปีที่ผ่านมามีนักโทษเสียชีวิตในเรือนจำจากการเจ็บป่วยจำนวน 1,170 คน จากจำนวนนักโทษกว่า 300,000 คน และผู้ต้องขังเหล่านี้จะมีอาการป่วยจากข้างนอกก่อนจะเข้ามาอยู่ในเรือนจำ

