กรณีพบศพนางรัศมี สงวนสกุล อายุ 51 ปี ถูกฆาตกรรมสภาพเปลือยท่อนล่าง คอถูกพันด้วยเทปใส ที่ข้อเท้าถูกมัดด้วยสายชาร์จโทรศัพท์ ภายในบ้านพัก ต.หนองโก อ.กระนวน จ.ขอนแก่น ท้องที่สภ.กระนวน เมื่อวันที่ 5 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยผู้ก่อเหตุคือนายสมคิด พุ่มพวง หรือ คิด เดอะริปเปอร์ ฆาตกรต่อเนื่องที่เคยสังหารหมอนวด5ศพ เป็นข่าวโด่งดังเมื่อปี 2548 โดยนายสมคิด เพิ่งพ้นโทษมาเมื่อวันที่ 17 พ.ค.ที่ผ่านมา
ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(บช.ก.) พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบช.ก. เปิดเผยถึงการติดตามตัวนายสมคิด พุ่มพวง ฆาตรากรต่อเนื่องรายนี้ว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดทั้ง กองปราบปราม ตำรวจทางหลวง ตำรวจรถไฟ ตำรวจ ปคม.และทุกกองบังคับการในสังกัด สืบสวนติดตามตัวอย่างเร่งด่วนแล้ว เพราะผู้ต้องหารายนี้ถือเป็นภัยอันตรายกับประชาชน โดยเน้นสั่งการให้เฝ้าจับตาตรวจค้นบุคคลที่มีพฤติกรรมต้องสงสัยลักษณะคล้ายคนร้ายเป็นหลัก
ด้าน พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.3 บก.ป. กล่าวว่า ในวันนี้ได้จัดกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านที่เกิดเหตุอีกครั้ง เพื่อเก็บพยานหลักฐานเพิ่มเติมพร้อมกับสอบปากคำพยานแวดล้อมต่างๆ เพื่อนำมาประกอบการวิเคราะห์ประเมินสถานการณ์ความคืบหน้า ในเบื้องต้นทราบว่าภายหลังก่อเหตุนายสมคิด ไม่ได้นำทรัพย์สินมีค่าติดตัว รวมถึงโทรศัพท์มือกลับไป มีเพียงแค่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ยามาฮ่า มีโอ สีชมพู เพียงคันเดียวที่ใช้เป็นยานพาหนะในการหลบหนี จึงได้เร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อหาเบาะแสเกี่ยวกับเส้นทางการหลบหนี เพราะเชื่อว่าขณะนี้คนร้ายน่าจะยังไม่สามารถหนีไปได้ไกล
พ.ต.อ.บุญลือ กล่าวต่อ ส่วนแนวทางการสืบสวนของกองปราบขณะนี้ ยังพยายามมุ่งไปที่บ้านพักของญาติหรือบุคคลใกล้ชิดของนายสมคิด ตามจังหวัดต่างๆในพื้นที่ภาคอีสานและทางภาคใต้ รวมไปถึงบ้านพักของกลุ่มบุคคลที่คาดว่านายสมคิดเลือกจะติดต่อไปหาในช่วงแรกหลังจากที่พ้นโทษออกมาเมื่อกลางปี เพราะเชื่อว่านายสมคิด อาจจะเลือกใช้เป็นสถานที่ในการหลบหนีการติดตามตัวของเจ้าหน้าที่ ซึ่งจากการตรวจสอบประวัติการติดต่อเข้าเยี่ยมของญาติหรือบุคคลใกล้ชิดในช่วงระหว่างที่ต้องโทษอยู่ในเรือนจำเบื้องต้นนั้น พบว่าตลอดระยะเวลา 12 ปี ที่อยู่ในเรือนจำนั้นไม่เคยมีญาติหรือบุคคลมาติดต่อเข้าเยี่ยมนายสมคิดแม้แต่ครั้งเดียว ประกอบกับการที่นายสมคิด เองนั้นเคยถูกเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมตัวได้เมื่อครั้งก่อเหตุ ปี 2548 จึงทำให้นายสมคิด รู้จักวิธีการหนีการแกะรอยสืบหาเบาะแสจากเจ้าหน้าที่ได้เป็นอย่างดี จึงทำให้ยากต่อการติดตามจับกุม
รายงานแจ้งว่า จากแนวทางสืบสวนและตรวจสอบพฤติการณ์ก่อเหตุและหลบหนีของนายสมคิด ในอดีตพบว่า นายสมคิดไม่มีเงินติดตัว จึงเลือกใช้วิธีขึ้นรถไฟเพื่อหนีไปกบดานซ่อนตัวในพื้นที่จังหวัดต่างๆทางภาคใต้ ส่วนช่วงที่ต้องแวะพักระหว่างทาง นายสมคิด จะเปิดห้องพักรายวันตามโรงแรมข้างทางต่างๆ โดยอ้างว่าเป็นตัวแทนของผู้หลักผู้ใหญ่ เพื่อขอใช้บริการฟรี ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้นำข้อมูลเหล่านี้มาวิเคราะห์ร่วมกับพยานหลักฐานต่างๆ เพื่อกำหนดแนวทางการสืบหาเบาะแสและเฝ้าระวังตามเส้นทางทั้งทางรถยนต์ รถไฟ หรือช่องทางอื่นๆ ที่คาดว่านายสมคิดน่าจะใช้เป็นเส้นทางหลบหนีอีกด้วย
รายงานแจ้งอีกว่า นายสมคิด เคยให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนไว้ว่า ตนเองไม่มีพ่อแม่หรือญาติพี่น้องคนอื่นๆ เนื่องจากพ่อแม่เสียชีวิตไปนานแล้ว ประกอบกับเป็นคนชอบความสันโดษจึงไม่เคยติดต่อหาญาติ ที่ผ่านมามักจะใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านภรรยาในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ และมีความผูกพันกับ จ.ชัยภูมิ มาก โดยทุกครั้งที่ก่อเหตุนายสมคิด จะไม่เคยเลือกลงมือฆ่าเหยื่อที่เป็นชาว จ.ชัยภูมิ หรือ ก่อเหตุในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ แต่จะเลือกไปก่อเหตุในพื้นที่อื่นๆแทน ซึ่งคำให้การที่นายสมคิด เคยให้ไว้กับทางพนักงานสอบสวนนั้นยังสอดคล้องกับข้อมูลที่ได้รับจากทางภรรยาของนายสมคิด เมื่อปี 2548 ที่เคยให้ข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมส่วนตัวของนายสมคิด ด้วยว่า ขณะที่ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน นายสมคิด เป็นคนดีมาก ไม่ใช่คนอารมณ์โมโหร้าย ส่วนพฤติกรรมทางเพศก็ปกติทั่วไปไม่ใช้ความรุนแรง แต่การที่นายสมคิด ก่อเหตุดังกล่าวเชื่อว่าตัวนายสมคิดเอง น่าจะมีปมอะไรในใจบางอย่างที่คนนอกไม่รู้ถูกปิดซ่อนอยู่จนทำให้ต้องกลายเป็นฆาตกรโรคจิตก่อเหตุดังกล่าว

