เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน นายสมพงษ์ สระแก้ว ผู้อำนวยการมูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน(แอลพีเอ็น) กล่าวว่า เมื่อวันที่ 20 มิถุนายนที่ผ่านมา ตนพร้อมด้วยเครือข่ายแรงงานเมียนมา ได้ประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่สถานทูตเมียนมาประจำประเทศไทย เกี่ยวกับข้อเรียกร้องที่ต้องการให้รัฐบาลเมียนมาและนางออง ซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ซึ่งจะมาเยือนประเทศไทยในระหว่างวันที่ 23-25 มิถุนายนนี้ โดยจะยื่นข้อเรียกร้องผ่านเจ้าหน้าที่ทางการเมียนมาที่เดินทางมากับนางออง ซาน ซูจี
นายสมพงษ์กล่าวอีกว่า สำหรับข้อเรียกร้องที่เตรียมไว้มี 5 ข้อ ได้แก่ 1.ขอให้รัฐบาลเมียนมาร่วมกับรัฐบาลไทยเปิดจดทะเบียนแรงงานข้ามชาติและผู้ติดตามรอบใหม่ เนื่องจากขณะนี้ยังมีแรงงานต่างด้าวที่ผิดกฎหมายและลักลอบทำงานในไทยประมาณ 1-2 ล้านคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานเมียนมารวมทั้งขอให้รัฐบาลเมียนมาจัดส่งทีมเจ้าหน้าที่และจัดตั้งศูนย์พิสูจน์สัญชาติแรงงานพม่าร่วมกับทางการไทยเพื่อให้สามารถออกเอกสารรับรองสถานะและสัญชาติเป็นไปอย่างรวดเร็ว โดยออกเป็นหนังสือแสดงตัวบุคคล ซึ่งไม่ใช่หนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) ก่อน และออกเป็นพาสปอร์ตภายหลัง ทั้งกลุ่มแรงงานเมียนมาที่จดทะเบียนใหม่และกลุ่มที่ขึ้นทะเบียนไว้แล้ว แต่อยู่ระหว่างรอพิสูจน์สัญชาติ 2.ขอให้ประสานกับทางการไทยติดตามและบังคับใช้กฎหมายให้นายจ้างไทยจ่ายค่าจ้างตามข้อกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 300 บาท เนื่องจากขณะนี้นายจ้างบางส่วนทั้งในกรุงเทพฯ สมุทรสาคร และจังหวัดต่างๆ ยังจ่ายค่าจ้างต่ำกว่าวันละ 300 บาท 3.ประสานงานกับทางการไทย เพื่อให้สิทธิแรงงานเมียนมาที่มีบัตรสีชมพูสามารถเดินทางไปยังจังหวัดต่างๆ ได้ โดยไม่ถูกจำกัดการเดินทางอยู่ในจังหวัดที่ทำงานเท่านั้น 4.ขอให้ลงนามบันทึกความร่วมมือ (เอ็มโอยู) ระหว่างทางการไทยกับเมียนมาในการนำเข้าแรงงานเมียนมา มาทำงานในไทย โดยผ่านระบบรัฐต่อรัฐ ไม่มีกระบวนการนายหน้าเข้ามาเกี่ยวข้อง เพื่อไม่ให้เกิดการแสวงหาผลประโยชน์ และ 5.ขอให้ทางการไทยดูแลบุตรหลานแรงงานเมียนมา ให้ได้รับการศึกษาและสาธารณสุข รวมทั้งสามารถเทียบโอนวุฒิการศึกษาระหว่างไทยกับเมียนมาได้


