เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม ร.ต.อ.ขจรเดช ปทุมชาติ รอง สว.(สอบสวน) สน.สำราญราษฎร์ รับแจ้งเหตุมีผู้ใช้อาวุธปืนยิงกันเสียชีวิตที่ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลหงษ์ทองอาหลั่ยยนต์ ถนนหลวง แขวงบ้านบาตร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ จึงไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ. อัศวยุทธ นุชพุ่ม รอง ผบก.น.6,พ.ต.อ. อิทธิพล พงษ์ธร ผกก.สน.สำราญราษฎร์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวชฯ รพ.ตำรวจ และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง
จุดเกิดเหตุชั้นล่าง พบนายณัฐชัย ศิริหงษ์ทอง อายุ 37 ปี สวมเสื้อเชิ้ตสีเทา กางเกงขาสั้นสีครีม รองเท้าแตะ มีบาดแผลถูกยิงบริเวณศีรษะ นอนหงายจมกองเลือด หายใจรวยริน เจ้าหน้าที่เร่งปั๊มหัวใจช่วยเหลือแต่ไม่เป็นผล เสียชีวิตในเวลาต่อมา และพบศพ นายวศณัช ศิริหงษ์ทอง อายุ 29 ปี สวมเสื้อยืดสีเทาเข้ม กางเกงขายาวสีดำ มีบาดแผลบริเวณท้ายทอยใกล้กกหูซ้าย นอนคว่ำจมกองเลือดเสียชีวิต ในจุดเกิดเหตุพบปลอกกระสุน 3 ปลอก ตกอยู่ และปืนกล็อก ขนาด 9 มม.เหลือกระสุน 4 นัด ทั้งนี้ตำรวจควบคุมตัว นายภาณุ ศิริหงษ์ทอง อายุ 44 ปี พี่ชายคนโตที่ยิงน้องทั้ง 2 คนเสียชีวิต ได้ในที่เกิดเหตุ
สอบถามพยานให้การว่า ขณะที่ตนเองกำลังผ่านมาทำธุระบริเวณนี้ ก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นประมาณ 3 นัด แล้วมีลูกค้าวิ่งหนีออกมาจากร้านอะไหล่ดังกล่าว เมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในเห็นพี่น้องกำลังทะเลาะกันเสียงดัง จับใจความได้ว่าเกี่ยวกับเรื่องเงิน และเห็นปืนวางไว้ที่โต๊ะ จึงรีบออกมาทันที
ด้าน พ.ต.อ. อิทธิพล กล่าวว่า เบื้องต้นคาดว่าแรงจูงใจการก่อเหตุครั้งนี้ มาจากความขัดแย้งเกี่ยวกับผลประโยชน์ระหว่างพี่น้องในครอบครัว ทั้งนี้ยังต้องสอบปากคำผู้ก่อเหตุ เพื่อให้ทราบรายละเอียดของเรื่องทั้งหมดอีกครั้ง จึงจะดำเนินคดีฐานฆ่าผู้อื่นโดนเจตนา ดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนร่างผู้ตายนำส่ง สถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ ดำเนินการต่อไป
ที่สน.สำราญราษฎร์ พล.ต.ต.เมธี รักพันธุ์ ผบก.น.6 สอบปากคำ นายภาณุ ศิริหงษ์ทอง ก่อนเปิดเผยว่า หลังก่อเหตุตำรวจควบคุมตัว นายภาณุ ทันทีหลังรับแจ้งจากพลเมืองดี สาเหตุเกิดจากปัญหาในครอบครัวนั้น ผู้ต้องหายังอยู่ในอาการเครียด ไม่ยอมให้การใดๆ ทั้งสิ้น จึงสั่งการและกำชับให้เจ้าหน้าที่ดูแลอย่างใกล้ชิด รอให้ผู้ต้องหาสงบสติอารมณ์และความเครียดก่อนจึงจะสามารถสอบปากคำได้ คดีดังกล่าวไม่มีความซับซ้อนเนื่องจากเป็นปัญหาภายในครอบครัว
รายงานข่าวแจ้งว่า จากการสอบสวน พนักงานของร้านให้การว่า นายภาณุ ซึ่งเป็นพี่ชายคนโต มีปัญหากับนายณัฐชัย ศิริหงษ์ทอง อายุ 37 ปี น้องคนที่ 3 ซึ่งเวลาอยู่ในร้านจะไม่ค่อยเห็นได้พูดคุยกัน ยกเว้นเรื่องงานที่ทำร่วมกันเท่านั้น แต่ก็จะโต้เถียงกันและมีเรื่องผิดใจกันมาเนิ่นนานหลายสิบปี ส่วนนายวศณัช ศิริหงษ์ทอง อายุ 29 ปี น้องคนเล็ก พูดคุยกับนายภาณุ ได้ปกติ แต่จะสนิทกับนายณัฐชัย มากกว่า โดยนายภาณุ และนายวศณัช จะมีหน้าที่ดูแลหน้าร้านขายอะไหล่ด้วยกัน ส่วนนายณัฐชัย จะดูแลเกี่ยวกับเรื่องประกันต่างๆ รถยนต์ของลูกค้า โดยทั้ง 3 คน ไม่ได้พักที่ร้าน ต่างคนต่างเดินทางมาจากบ้านของแต่ละคนเอง กระทั่งก่อนเกิดเหตุ พ่อและแม่ของทั้ง 3 คน เข้ามาดูร้านตามปกติ และออกจากร้านไปประมาณ 15 นาที นายภาณุ ทะเลาะกับนายณัฐชัย จากนั้นนายภาณุ จึงยิงปืนใส่น้องชายทั้งคู่
อย่างไรก็ตาม จากการสอบสวนนายภาณุ ยังไม่พูดหรือเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ทางพนักงานสอบสวน มีประจักษ์พยานเป็นลูกจ้างในร้านที่เห็นเหตุการณ์ จึงเตรียมนำตัวฝากขังที่ศาลวันพรุ่งนี้ต่อไป


