เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ปอศ. เปิดเผยว่า พ.ต.อ.ภาดล จันทร์ดอน ผกก.5 บก.ปอศ. พ.ต.ท. คมเทพ เปาอินทร์ รอง ผกก. 5 บก.ปอศ. พ.ต.ท.กริช วรทัต รอง ผกก. 5 บก.ปอศ. พ.ต.ท.ธนวัฒน์ แจ้งสว่าง และ ว่าที่ พ.ต.ต.สมชาย เรืองแก้ว สว.กก.5 บก.ปอศ. นํากําลับุกตรวจค้น โรงแรมแห่งหนึ่งย่านรัชดา หลังจากได้รับแจ้งเบาะแสจากพลเมืองดีว่าพบกลุ่มวัยรุ่นชาวจีนมีพฤติกรรมน่าสงสัย หมกตัวอยู่แต่ในห้องพักตลอดเวลา สั่งอาหารขึ้นไปรับประทานบนห้องพักและไม่ยอมให้แม่บ้านเข้าไปทําความ สะอาด จนกระทั่งตํารวจชุดจับกุมนําหมายค้น เข้าตรวจค้น ห้องพักดังกล่าว เมื่อเปิดห้องเข้าไปพบชาวจีนวัยรุ่น 3 คน ตรวจสอบทราบว่าคือ นายซี จาว ซุ่น อายุ 25 ปี สัญชาติจีน นายซี จิ่น ซู่ อายุ 23 ปี สัญชาติจีน และนายซี เซิ่นจ้าว อายุ25ปีสัญชาติจี และ พบโทรศัพท์มือถือ จํานวน 116 เครื่อง สายชาร์จโทรศัพท์มือถือ จํานวน 90 เส้น แท่นชาร์ต โทรศัพท์มือถือ จํานวน 6 อัน ซองใส่ซิมโทรศัพท์ จํานวน 119 อัน Adapter จํานวน 5 อัน เครื่อง คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค จํานวน 1 เครื่อง อยู่ภายในห้องพัก จึงยดึ เป็นของกลางในคดี

พ.ต.อ.ภาดล กล่าวว่าจากการตรวจสอบทราบว่า กลุ่มชาวจีนดังกล่าวอาศัยประเทศไทยเป็นฐานที่มั่น เปิดห้องพัก และ ตระเวนซื้อซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือจํานวนมาก นํามาใช้กับโทรศัพท์มือถือจากประเทศจีนที่มีการฝังโปรแกรม สําหรับใช้ในการแฮ็ก แอพพริเคชั่น WeChat ซึ่งเป็นโปรแกรมสนทนาที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายใน ประเทศจีน โดยวัตถุประสงค์ของการแฮกเพื่อต้องการสร้างบัญชีผู้ใช้งานที่ไม่สามารถยืนยันตัวตนได้ ผ่านซิม การ์ดโทรศัพท์มือถือของประเทศไทย และติดต่อส่งกลับไปขายในตลาดมืดที่ประเทศจีน เพื่ออําพรางตัวตน ผู้ใช้งานและหลบเลี่ยงจากการตรวจของทางการจีน ซึ่งบัญชีผู้ใช้งาน WeChat ปลอมนั้นเป็นที่ต้องการอย่าง มากของกลุ่มมิจฉาชีพในประเทศจีน โดยกลุ่มแฮกเกอร์ กลุ่มนี้สามารถสร้างบัญชีผู้ใช้งานปลอมได้หลายพัน บัญชีต่อวัน โดยการแฮก แอพพริเคชั่น WeChat นั้น ถือเป็นการกระทําความผิดของกลุ่มชาวต่างชาติรูปแบบ ใหมท่ี่ทางเจ้าหน้าที่ตํารวจตรวจสอบพบประกอบกับหากบัญชีผู้ใช้งานปลอมที่สมัครจากซิมการด์ของประเทศ ไทยนั้น อาจถูกนําไปใช้ก่อเหตุโดยกลุ่มก่อการร้าย หรือนําไปใช้ในการกระทําความผิดอื่นในต่างประเทศ อาจ ส่งผลกระทบกับภาพลักษณ์และความมั่นคงของประเทศได้ ในชั้นนี้เจ้าหน้าที่ตํารวจชุดจับกุมจึงได้ร่วมกัน จับกุมตัวพร้อมด้วยของกลาง โดยกล่าวหาว่า “เป็นบุคคลต่างด้าว ทํางานโดยไม่ได้รับอนุญาต” ดําเนินคดีตาม กฎหมาย โดยจะได้ตรวจสอบประสานข้อมูลกับทางการจีนและขยายผลต่อไป



