ตั้ง กก.สอบ ‘พ.ต.ท.’ ปากน้ำโพวางมวยหนุ่ม พบทำผิดจริง

25.12.19 | 17:12 น.

เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณีที่สื่อสังคมออนไลน์มีการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับวงจรปิดแฉ ที่แท้ พ.ต.ท. วางมวยหนุ่ม สู้ไม่ได้ชักปืนยิงใส่เลือดอาบ ในพื้นที่ สภ.เมืองนครสวรรค์ ว่าได้รับรายงานจาก สภ.เมืองนครสวรรค์ ว่าเมื่อวันที่ 24 ธ.ค. เวลาประมาณ 06.15 น. ขณะที่มารดาของผู้เสียหายยืนกดเงินอยู่ที่บริเวณตู้เอทีเอ็มหน้าธนาคารกรุงไทย สาขาถนนมาตุลี ตรงข้ามห้างบิ๊กซี 2 นครสวรรค์ ต.ปากน้าโพ อ.เมืองนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์ ผู้ต้องหาขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นสกู๊ปปี้ สีเทา ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน มาจอดเพื่อรอกดเงินที่ตู้เอทีเอ็มฯ ผู้ต้องหาเดินเข้าไปพูดคุยกับมารดาของผู้เสียหาย ผู้เสียหายซึ่งนั่งรออยู่ในรถยนต์ ได้สังเกตเห็น ผู้ต้องหาเข้าพูดคุยกับมารดาจึงลงจากรถยนต์มายืนอยู่ใกล้ๆ มารดา จากนั้นผู้ต้องหาขับขี่รถจักรยานยนต์ ออกไปประมาณ 5 นาที แล้วขับขี่รถจักรยานยนต์ กลับมาใหม่และเดินเข้าไปหามารดาของผู้เสียหาย แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ แล้วพูดว่ามารดาของผู้เสียหายเป็นคนปล่อยเงินกู้ จากนั้นผู้เสียหายซึ่งยืนอยู่ใกล้ๆ ได้บอกว่าถ้าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจขอดูบัตรราชการ แต่ผู้ต้องหาไม่แสดงบัตร ผู้เสียหายไม่พอใจพูดบอกว่าพี่เป็นตำรวจทำไมขับขี่รถไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ผู้ต้องหาจึงบอกว่าเดี๋ยวเรียกตำรวจมา ผู้เสียหายบอกว่าให้เรียกตำรวจมาเลย จากนั้นผู้ต้องหาซึ่งเป็นตำรวจได้ไปดึงแขนมารดาของผู้เสียหาย ผู้เสียหายเกิดความไม่พอใจจึงไปต่อยผู้ต้องหาจนเสียหลักล้มลงกับพื้นแล้วไปนั่งคล่อมตัว ผู้ต้องหาใช้มือทั้งสองข้างชกต่อย ระหว่างชุลมุนอยู่นั้นก็มีเสียงปืนดังขึ้นจำนวน 1 นัด ถูกผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บ ผู้เสียหายจึงมาแจ้งความร้องทุกข์


ต่อมาได้ส่งตัวผู้เสียหายไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ และได้เข้าผ่าตัดเอาหัวกระสุนปืนออกที่โรงพยาบาลศรีสวรรค์ พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้อง ชุดสืบสวนออกสืบสวนติดตามจับกุมผู้กระทำผิด ตรวจสอบกล้องวงจรปิดโดยรอบจนทราบว่าผู้ต้องหาคือ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ยศ พ.ต.ท. และได้ประสานให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จ.นครสวรรค์ เข้าตรวจสถานที่เกิดเหตุ ตรวจยึดอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ ปลอกกระสุนปืน เพื่อส่งตรวจพิสูจน์ และเก็บเขม่าดินปืนจากผู้เสียหายและผู้ต้องหา เพื่อส่งไปตรวจยังพิสูจน์หลักฐานกลาง

ต่อมาพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานจนเชื่อได้ว่า พ.ต.ท. รายดังกล่าวได้กระทำผิดจริง จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหา ในข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่น มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันควร แต่ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิสูจน์ทราบถึงตัวบุคคลที่กระทำผิด จากนั้นพนักงานสอบสวนสรุปความเห็นทางคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

Advertisement

โดยขณะนี้ทางต้นสังกัดที่เกี่ยวข้องของเจ้าหน้าที่ตำรวจรายดังกล่าว อยู่ระหว่างรอรายงานข้อเท็จจริงจาก สภ.เมืองนครสวรรค์ และจะมีการตั้งกรรมการเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการในทางวินัยกรณีดังกล่าวตามขั้นตอนของระเบียบและกฎหมายต่อไป

รอง โฆษก ตร.กล่าวต่ออีกว่า คงต้องรอให้ต้นสังกัดที่เกียวข้องทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการในทางวินัยและทางอาญาต่อไป โดยไม่มีการให้ความช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กระทำผิดอย่างแน่นอน

ซึ่งที่ผ่านมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้มีข้อสั่งการไปยังกองบัญชาการทุกภาคส่วน ผู้บังคับการ ผู้กำกับ หน.หน้าหน่วยในทุกต้นสังกัดทุกพื้นที่ ให้มีการควบคุม ดูแลความประพฤติและวินัยข้าราชการตำรวจ ทั้งเวลาราชการและนอกเวลาราชการ ตามคำสั่งที่ 1212/2537 ในการกวดขัน กำกับ ดูแล สอดส่องความประพฤติและพฤติกรรมของข้าราชการตำรวจภายใต้การปกครองบังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายระมัดระวังกิริยามารยาท ในการแสดงออกและขอเตือนเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายอย่าลุแก่อำนาจที่ตนมี

หากพบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีความพฤตินอกรีต ไปเรียกรับเงินทอง เรียกรับผลประโยชน์อื่นใด หรือแม้กระทั่งใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ โดยให้ดำเนินการตรวจสอบกระทำด้วยความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ซึ่งหากผลการตรวจสอบพบว่าได้กระทำผิดจริงให้ดำเนินทางวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาด

อีกทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีการลงทัณฑ์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กระทำในลักษณะนี้ ทั้งไล่ออก ปลดออก ให้ออก หากความผิดปรากฏชัดเจน ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศมาโดยตลอด ไม่ปล่อยไว้ให้เป็นเยี่ยงอย่าง เสื่อมเสียชื่อเสียงขององค์กรและเสียกำลังใจของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ประพฤติปฏิบัติดี