“ปิยะสกล” จ่อรื้อ อย.ปรับทำงานเชิงรุก หลังขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ล่าช้า

22.06.16 | 21:00 น.

เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวว่า จากการสรุปผลการปฏิบัติงานของหน่วยงานในกระทรวงสาธารณสุขในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา จะเห็นว่าในส่วนของคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ซึ่งนำเสนอนโยบายและแนวทางการทำงานที่ค่อนข้างดี แต่ในทางปฏิบัติยังพบว่ามีปัญหาหลายๆ อย่าง ยกตัวอย่างเรื่องการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่มี 5 พันกว่ารายการ แต่ยังเหลือที่รอขึ้นทะเบียนอีกกว่า 2,800 รายการภายในเดือนกันยายนนี้จะทันหรือไม่ หรือกรณีการขึ้นทะเบียนยาจากต่างประเทศก็ต้องใช้เวลานานถึง 9 เดือน ในการตรวจสอบต่างๆ ทำไมต้องมีการกั้นกำแพงขนาดนั้น ในขณะที่ประเทศกำลังต้องการการพัฒนาการทางด้านเศรษฐกิจ เมื่อล่าช้าก็ทำให้มีการหันไปลงทุนในประเทศอื่นแทน เช่น เวียดนาม อินโดนีเซีย

“อย.ต้องปรับตัวเอง เปลี่ยนแนวคิดมาทำงานเชิงรุก อย่างเรื่องหมามุ่ย มีการโฆษณาวุ่นวายทางอินเตอร์เน็ต ขายตรง ก็ต้องมาดูว่าคนคอยดูเรื่องนี้หรือเปล่า จะปรับอย่างไร เอาภาคประชาสังคมเข้ามาร่วมทำงาน ต้องมีการสร้างเครือข่าย อย.ต้องปรับการทำงานให้ทันสมัย ทำงานนำหน้า เพราะการทำงานของอย.มันสะเทือนถึงระบบเศรษฐกิจ จะตั้งรับอย่างเดียวไม่ได้” นพ.ปิยะสกล กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าอาจเพราะ อย.มีคนทำงานน้อย ไม่เพียงพอต่อภาระงานหรือไม่ นพ.ปิยะสกล กล่าวว่า ตนมาอยู่ 10 เดือน เห็นปัญหาเรื่องอัตรากำลังที่ผ่านมาก็ได้อนุมัติเพิ่มอัตรากำลังคนให้ อย. มากกว่า กรมอื่นๆ ปีงบประมาณ 2558 ให้ไปจำนวน 30 อัตรา ปี 2559 ให้อีก 85 อัตรา อย่างไรก็ตาม เมื่อเห็นการทำงานตรงไหนมีปัญหาเราต้องเข้าไปช่วย ไม่ใช่จะไปเอาผิด ดังนั้นตอนนี้ ตนได้หารือร่วมกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีเพื่อสะท้อนปัญหาและแนวทางแก้ไขเรื่องนี้ โดยระยะสั้น อย.ที่เป็นอยู่ในปัจจุบันไม่สามารถมีเงินบำรุงของตัวเองได้ ต้องรองบประมาณแผ่นดินอย่างเดียว ของบพัฒนาตอนนี้ก็ต้องรอต่อไปอีก 1 ปี ทำให้การพัฒนาล่าช้า ดังนั้นต้องมีการปรับให้ อย.มีเงินเองสามารถเก็บเงินจากการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ที่เพียงพอ ของบประมาณเพิ่มได้ แต่สามารถตรวจสอบควบคุมจากหน่วยงานต่างๆ ได้ เช่นสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)