เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม พ.ต.อ.เอกราช ลิ้มสังกาศ รองผู้บังคับการตำรวจทางหลวง(รอง ผบก.ทล.) เปิดเผยถึงภาพรวมการอำนวยความสะดวกประชาชนที่จะเดินทางไปต่างจังหวัดในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2563 ว่า ตำรวจทางหลวงร่วมกับกรมทางหลวงและกระทรวงคมนาคม กำหนดแนวทางในเรื่องความปลอดภัยเป็นอันดับแรก ซึ่งกรมทางหลวงได้สำรวจอุบัติเหตุย้อนหลัง 3 ปี พบว่ามีเส้นทาง 43 สาย กับ 53 จุดเสี่ยงที่พบอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ซึ่งมีปัจจัยมาจากการใช้ความเร็วรถตามจุดกลับจุด จุดโค้ง และจุดโค้งลาดชันในพื้นที่ภาคเหนือ เช่น ถนนเส้น 304 หรือการขับรถข้ามเกาะ อันเนื่องมาจากการหลับใน ทั้งนี้ได้มีแผนรณรงค์ตามหลัก “ใส่ใจกำลัง 3” ของกระทรวงคมนาคม จัดกิจกรรมให้ความรู้กับประชาชน ทั้งการสอนวิธีปั๊มหัวใจหรือซีพีอาร์ จัดบริการอำนวยความสะดวกที่พักรถประชาชนที่ร้านข้าวแดงบ้านสวน 2 อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา นอกจากนี้ ภาคเอกชนยังได้ทำสื่อประชาสัมพันธ์เป็นรถดัมมี่ตำรวจทางหลวง ที่ปรากฎภาพบนโลกโซเชียล เพื่อให้ประชาชนระมัดระวังในการขับรถเหมือนกับการตั้งจ่าเฉยริมเส้นทางต่างๆ
สำหรับจุดเสี่ยงที่เกิดจากหลับใน 5 สายทาง 9 แห่ง ได้แก่ 1.ทางหลวงหมายเลข 1 วังม่วง-แม่เชียงรายบนกม. 536-541 พื้นที่จังหวัดตาก 2.ทางหลวงหมายเลข 340 สาลี-สุพรรณบุรี กม.49-51พื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี 3.ทางหลวงหมายเลข 1 ประตูพระอินทร์-หนองแค กม.70 -73 พื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 4.ทางหลวงหมายเลข 4 วังยาว-หนองหมู กม265-269 พื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 5.ทางหลวงหมายเลข 4 หนองหมู-หัวยยาง กม.298-303 พื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 6.ทางหลวงหมายเลข37 วังโบสถ์-ปราณบุรี กม.33-35 พื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 7. ทางหลวงหมายเลข 4 นาโหนด-ห้วยทราย กม.1191-1193 พื้นที่จังหวัดพัทลุง 8.ทางหลวงหมายเลข 4 ห้วยทราย-พรุพ้อ กม.1216-1216 พื้นที่จังหวัดพัทลุง 9.ทางหลวงหมายเลข 7 บางปะกง-หนองรี กม.51-53 ถนนมอเตอร์เวย์หมายเลข 7
เตือนข้ามฝั่ง (เกาะสี) 5 สายทาง 5 แห่ง ได้แก่ 1.ทางหลวงหมายเลข 105แม่สอด-ห้วยบง กม.5-10 พื้นที่จังหวัดตาก 2.ทางหลวงหมายเลข 208 ท่าพระ-หนองสระบัง กม.0-5 พื้นที่จังหวัดขอนแก่น 3.ทางหลวงหมายเลข 206 ตลาดแค-วังหิน กม.5-10 พื้นที่จังหวัดนครราชสีมา 4.ทางหลวงหมายเลข 3263 อยุธยา-ไผ่กองดินกม.5-10 พื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 5.ทางหลวงหมายเลข 4034 ปากน้ำกระบี่-เขาทอง กม5-10 พื้นที่จังหวัดกระบี่
จุดเสี่ยงที่เกิดจากเร็วทางโค้ง 6 สายทาง 6 แห่ง ได้แก่ 1.ทางหลวงหมายเลข 101 หนองห้า-สวนป่า กม.270 – 275 พื้นที่จังหวัดแพร่ 2.ทางหลวงหมายเลข 1090 แม่สอด-ห้วยน้ำริน กม.30 -35 พื้นที่จังหวัดตาก 3.ทางหลวงหมายเลข 2 มวกเหล็ก-บ่อทอง กม. 50 -55 พื้นที่จังหวัดนครราชสีมา 4.หมายเลขทางหลวง 340 สุพรรณบุรี-ศรีประจันต์ กม.90 – 95 พื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี 5.ทางหลวงหมายเลข 41 ควบคุมเกาะมุกข์-ควนรา กม.130 – 135 พื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช 6.ทางหลวงหมายเลข 406 ปากว่า-ค่ายรวมมิตร กม.35 – 40 พื้นที่จังหวัดสตูล
จุดเสี่ยงที่เกิดจากโค้งลาดชั้น 8 สายทาง 9 แห่ง ได้แก่ 1.ทางหลวงหมายเลข 1095 กิ่วคอหมา-แม่นะ กม75 – 80 พื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ 2.ทางหลวงหมายเลข 1020 โป่งเกลือ-บ้านปล้อง กม.35 – 40 พื้นที่จังหวัดเชียงราย 3.ทางหลวงหมายเลบ 11 ปางเคาะ-ปางมะโอ กม415 -420 พื้นที่จังหวัดแพร่ 4.ทางหลวงหมายเลข 213 สร้างค้อ-สกลนคร กม.155 -160 พื้นที่จังหวัดสกลนคร 5.ทางหลวงหมายเลข 11 บึงหลัก-หนองน้ำเขียว กม.350 -355 พื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ 6.ทางหลวงหมายเลข 21 หนองบง-ภูสวรรค์ กม.385 – 390 พื้นที่จังหวัดเลย 7.ทางหลวงหมายเลข 4 ตรัง-เบาพับผ้า กม.1120 – 1125 พื้นที่จังหวัดตรัง 8.ทางหลวงหมายเลข 4028 ห้าแยกฉลอง-กะรน กม.0 – 5 พื้นที่จังหวัดภูเก็ต และ9.ทางหลวงหมายเลข 4029 กะทู้-ป่าตอง กม.0 – 5 พื้นที่จังหวัดภูเก็ต
พ.ต.อ.เอกราช กล่าวต่อว่า สำหรับแผนรับมือจราจรนั้นคงไม่ต่างจากปีที่ผ่านมา โดยจะเน้นเฝ้าระวังการใช้ความเร็วและดื่มแอลกอฮอล์ทั้งช่วงก่อนและหลัง 7 วันอันตราย ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเปิดช่องทางพิเศษ หรือห้ามไม่ให้รถขนาดใหญ่วิ่งบนเส้นทางที่กำหนด รวมถึงปรับรูปแบบการจราจรตามช่วงเวลา ทั้งนี้ตำรวจทางหลวงจะเน้นการทำงานเชิงรุกเข้าหาประชาชนเพื่อให้ติดต่อสื่อสารกันได้ใกล้ชิดขึ้น จึงแนะนำให้แอดไลน์ออฟฟิเชียลตำรวจทางหลวง @highway1193 (มี@) ไว้สำหรับสอบถามเส้นทางหรือแจ้งข้อมูลต่างๆ และจะมีไลฟ์สดภาพการจราจรจากกล้องซีซีทีวีบนเฟซบุ๊กหลักของตำรวจทางหลวงอีกด้วย

