เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวว่า ในช่วงปี 2562 ที่ผ่านดีเอสไอได้สรุปคดีอาชญากรรมที่มีผลกระทบต่อผู้บริโภคสิ่งแวดล้อม และเกี่ยวกับมาตรฐานผลิต ภัณฑ์อุตสาหกรรมโดย ดีเอสไอรับไว้เป็นคดีพิเศษสอบสวนเสร็จแล้วจำนวน 17 คดี มีมูลค่าความเสียหายประมาณ 32,900.90 ล้านบาท ประกอบด้วย 4 คดี คือ 1.คดีพิเศษการออกเอกสารสิทธิที่ดินในเขตอุทยานฯสิรินาถ จ.ภูเก็ตจำนวน 11 คดี เนื้อที่รวม 602 ไร่ มูลค่าความเสียหายกว่า 22,403 ล้านบาท ปัจจุบันบางคดีอยู่ระหว่างการตรวจสอบของป.ป.ช.บางคดีอยู่ในการพิจารณาคดีของอัยการ และของศาล ล่าสุด ศาลอาญาได้มีคำพิพากษาสั่งจำคุกผู้กระทำความผิด และให้เพิกถอนโฉนดที่ดินหลายแปลงออกจากเขตป่าสงวนแห่งชาติ เขตอุทยานแห่งชาติและเขตป่า ในพื้นที่ ต.สาคู อ.ถลาง จ.ภูเก็ต 2.คดีเหมืองแร่ทองคำ บริษัท อัคราไมนิ่ง จำกัด หรือบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) เข่ครอบครองพื้นที่ป่าและรุกล้ำเขตพื้นที่ทางหลวง แบ่งเป็นคดี 2 คดี คือ คดีดำเนินกิจการเหมืองแร่โดยเข้ายึดถือครอบครองพื้นที่ป่าและรุกล้ำเขตพื้นที่ทางหลวง ต.เขาเจ็ดลูก อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร และ ต.ท้ายดง อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ พบว่า คดีนี้มีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องกับการออกโฉนดที่ดินโดยผิดกฎหมายได้ส่งให้ป.ป.ช.ดำเนินการ ส่วนคดีที่พบว่าเจ้าหน้าที่รัฐได้ร่วมกับบริษัทเอกชน 2 รายกระทำความผิดออกโฉนดโดยมิชอบพนักงานสอบสวนได้สรุปสำนวนส่งอัยการไปตั้งแต่เดือนคุลาคมที่ผ่านมา ส่วนปัญหามลพิษจากการทำเหมืองแร่ทองคำฯทำให้เกิดปัญหามลพิษ ดีเอสไอได้ส่งให้ป.ป.ช.ดำเนินการในความผิดตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ร.บ แร่ และพ.ร.บ.สิ่งแวดล้อมแล้วเช่นกัน

อธิบดีดีเอสไอ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีคดีการลักลอบนำเข้าและจำหน่ายสินค้าเสริมความงาม เช่น โบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ เป็นผลิตภัณฑ์ยาที่ละเมิดลิขสิทธิ์และ และผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยาจาก อย.จำหน่ายให้กับลูกค้า จากการสอบสวนในปี 60พบเบาะแสการกระทำความผิดของกลุ่มผู้ลักลอบนำเข้าและพบเครือข่ายความเชื่อมโยงการนำเข้าโบท็อกซ์ และฟิลเลอร์ปลอมรายใหญ่ จึงได้เข้าล่อซื้อและจับกุมยึดของกลางได้กว่า 400,000 ชิ้น มูลค่ากว่า 80 ล้านบาท และจากการตรวจสอบเส้นทางการเงินย้อนหลังพบเงินหมุนเวียนในบัญชีสูงถึง 800 ล้านบาท ซึ่งจะดำเนินการตามกฎหมายฟอกเงินต่อไป
และสุดท้ายคดีลักลอบนำสารพาราควอตไดคลอไรด์ และไกลโพเซต – ไอโซโพรพิลแอมโมเนียม ซึ่งเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 มาผสมกับผลิตภัณฑ์ชีวภาพอินทรีย์ และนำขายผ่านทางสื่อโซเซียลมีเดีย คดีนี้จากการสืบสวนเบื้องต้นมีความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท และมีผู้ได้รับผลกระทบจากวัตถุอันตรายดังกล่าวมากว่า 1,000 ราย ล่าสุดดีเอสไอเข้าค้น 5 จุดในพื้นที่ จ.ปทุมธานี และนครราชสีมา และยึดผลิตภัณฑ์ต่างๆ รวมทั้งเอกสารเกี่ยวข้องจำนวนมาก ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างเร่งดำเนินคดีและสรุปสำนวนเพื่อส่งพนักงานอัยการฟ้องคดีต่อไป

