หวาดเสียว ร้านหมูกระทะ กินไปกลัวไปวอนหน่วยงานความปลอดภัยช่วยดูแล
เฟซบุ๊ก Patchara Kerdsiri ได้โพสต์ภาพและข้อความ ถึงร้านหมูกระทะแห่งหนึ่ง ระบุพิกัดว่าปากซอย 48 แต่ไม่บอกว่า ย่านไหน ซึ่งใช้ระบบโครงข่ายก๊าซแอลพีจี เป็นเชื้อเพลิงสำหรับการปรุงหมูกระทะ โดย Patchara Kerdsiri ระบุว่า “ภรรยาถึงกับตะลึงกับโครงข่ายก๊าซ LPG ของร้านหมูกระทะปากซอย 48 ขนาดสถานประกอบการขนาดใหญ่ยังไม่กล้าทำ” ซึ่งมีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก
ต่อมา Patchara Kerdsiri ได้โพสต์ข้อความเพิ่มเติม อธิบายถึงอันตรายและความไม่เหมาะสมในการกระทำดังกล่าวว่า
โพสต์ร้านหมูกระทะโครงข่ายก๊าซ LPG กระหึ่มมีคนแชร์มาก นักข่าวก็มาสัมภาษณ์ อันนี้โดยสรุปในมุมมองของผมครับ ยาวหน่อย เชิญชวนให้ข้อมูลกันแบบมองกว้างๆ

#ด้านความปลอดภัย
อันนี้ต้องแบ่งเป็นสองประเด็น คือ อันตราย LPG รั่วซึ่งน่าจะควบคุมได้ และอันตรายจากก๊าซสะสม ซึ่งเกิดระเบิดได้
– การเดินท่อก๊าซ LPG แบบนี้เสี่ยงก๊าซรั่วหรือไม่ เอาเข้าจริงการทำอาหารโดยใช้ก๊าซนั้นมีความเสี่ยงอยู่ระดับหนึ่งอยู่แล้วในทุกๆ ที่ แต่การต่อท่อก๊าซลงพื้นในบริเวณกว้างรวมถึงพื้นที่ที่มีคนเดิน รถผ่าน และเตาจำนวนมากนั้นเพิ่มความเสี่ยงก๊าซรั่วให้มากขึ้นจริง อันนี้ที่สังเกตเห็นคือเจ้าของร้านใช้ท่อสีเหลืองมันเลยเด่นขึ้นมา ในขณะที่ถ้าไปกินที่ร้านอื่น เราอาจไม่ได้สังเกตกันเลยนะครับ ตอนผมอยู่ในร้านยังมีฝรั่งนั่งกินกับแฟนคนไทยอยู่แล้ว ผมลองมาเสิร์ชพันทิปพบว่ามีคนคุยเรื่องนี้ตั้งนานแล้วและมีคนรับวางท่อก๊าซในร้านหมูกระทะกันตั้งแต่ปี 57 ดังนั้นร้านนี้ไม่ใช่ร้านเดียวที่ทำลักษณะนี้
– เทียบกับก๊าซกระป๋อง อะไรอันตรายกว่ากัน ผมไม่แน่ใจ ที่สังเกตคือก๊าซกระป๋องนิยมใช้กันหลายประเทศในโลก แต่รัฐฯไทยห้ามใช้เมื่อเดือน เม.ย.ต้นปีนี้ เพราะมีข่าวก๊าซกระป๋องไฟวาบแล้วคนเป็นอันตราย (ลิงก์ที่คอมเมนต์)

ก๊าซกระป๋องถ้าติดกับเตาก๊าซกระป๋องน่าจะมีอันตรายจากการรั่วที่น้อยกว่าเพราะจุดต่อเชื่อมมีแค่จุดเดียวและปริมาณก๊าซมีน้อย แต่แหล่งเก็บก๊าซก็ใกล้ความร้อนมากกว่าด้วย เลยไม่ชัวร์เรื่องความเสี่ยงครับ
– เทียบกับตั้งถังก๊าซใต้โต๊ะ อันนี้ผัมว่าถังใต้โต๊ะน่าจะอันตรายกว่า และเจ้าของควบคุมยากกว่าด้วย อาจมีเด็กไปหมุนๆ เล่นหรือกระทบวาล์วหักได้ แต่ดูดีๆ มันก็คือการประกอบอาหารปกติที่เราทำในครัวเรือนทั่วไปนี่เอง
– LPG รั่ว อันตรายอย่างไรบ้าง ? ผมเคยถูกเทรนเรื่อง LPG รั่วมาแล้ว ปกติ LPG ถ้าเปิดวาล์วที่ถังปั๊บมันจะพุ่งออกมาเป็นควันขาวๆ เสียงดัง และถ้าเอาไฟไปจุดมันไม่ระเบิดนะครับ แต่มันจะกลายเป็นเครื่องพ่นไฟขนาดใหญ่ (VDO ที่เมนต์ด้านล่าง) และถ้าถังล้ม ไฟจะแรงขึ้น และไหลตามพื้น เพราะ LPG เหลววิ่งออกมา แต่ไฟไม่สามารถวิ่งย้อนเข้าไปในท่อรึในถังได้เพราะไม่มีออกซิเจน
จินตนาการว่าถ้าท่อแตก LPG จะพุ่งออกมาเสียงดัง ถ้ามีสะเก็ดไฟติดก็จะกลายเป็นเครื่องพ่นไฟขนาดใหญ่ มีความเสี่ยงในระดับไฟไหม้ปกติและคนที่พิเรนทร์ไปอยู่ตรงจุดที้พ่นมาพอดีก็จะโดนไฟไหม้ ซึ่งเจ้าของสามารถวิ่งไปปิดวาล์วถังที่อยู่ในครัวได้เหตุการณ์ก็จะยุติลง ถึงมันจะรุนแรง แต่มีเวลาพอควบคุมได้ คือถ้า LPG ติดไฟตั้งแต่ต้นจะอันตรายน้อยกว่าถ้าเทียบกับสะสมปริมาณมากๆ
– LPG สะสมอันตรายที่สุด แต่ป้องกันได้ โดยปกติ LPG จะหนักกว่าอากาศและนองบนพื้นลักษณะคล้ายๆควันจาก dry ice และไหลไปที่ต่ำกว่า เมื่อสะสมปริมาณมากๆ และเจอไฟก็จะวาบเหมือนระเบิดรุนแรงเช่นกรณีรถก๊าซระเบิดถนนเพชรบุรีที่น้องๆ หลายคนเกิดไม่ทัน เพื่อนที่เป็นวิศวกรผู้เชี่ยวชาญแนะนำติด Leak Detector ที่พื้นบริเวณต่ำสุดของร้าน ตั้งค่าความไวให้เหมาะสม ก็จะช่วยได้ อาจให้ทำงานร่วมกับพัดลมระบายอากาศด้วย ลงทุนไม่น่าจะเยอะมากครับ
#ด้านเศรษฐศาสตร์
แทบ 100% โทษว่าร้านมักง่าย ซึ่งลองมามองว่าเขามีทางเลือกอะไรบ้าง เลยลองเปิดใจมาดูมุมของร้านว่าทำไมเขาตัดสินใจเดินท่อแบบนี้ ประเด็นแรกคือหมูกระทะร้านนี้ราคารวมน้ำอัดลมแล้วแค่ 1xx บาท ! ซึ่งถูกมากๆ นั่นคือในร้านมีพนักงานให้บริการเติมน้ำซุป+ดูเรื่องไฟแค่คนเดียวครับ จึงทำราคาดังกล่าวได้ และในสภาพเศรษฐกิจแบบนี้คนหาเช้ากินค่ำใน กทม. ที่นิยมมาเช่าหอแถวลาดพร้าว และคนที่ได้ค่าแรงขั้นต่ำยังพอมากินได้โดยไม่ต้องคิดมาก คุณภาพหมูก็ดีและอร่อยใช้ได้เลยด้วย Eat at you own risk XD
– ทำไมไม่ใช้ก๊าซกระป๋องเล็ก เพราะนอกจากราคาแพงกว่าแล้วรัฐยังห้ามใช้เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ดูลิงก์ที่เมนต์
– ทำไมไม่ใช้ถ่าน เพราะถ่านต้องใช้พนักงานเผาถ่าน และเปลี่ยนถ่านจำนวนมาก ควันเยอะรบกวนชุมชนรอบๆ นอกจากนี้ปีก่อนถ้าจำได้ รัฐฯมีขอความร่วมมือเรื่อง pm 2.5 จากร้านหมูกระทะถ่าน (ซึ่งจริงๆ มันไร้สาระส่งผลน้อยมาก) หมูกระทะถ่านมักเป็นร้านใหญ่ในพื้นที่ๆ เยอะ คุ้มกับการเผาถ่าน หรือไม่ก็เป็นร้านเช่นหมูเกาหลีในห้างพร้อมเครื่องดูดควันราคาแพงไปเลย 350+. ไม่รวมน้ำ
– ทำไมไม่ใช้ไฟฟ้า หมูกระทะเตาไฟฟ้าต้นทุนสูงมาก และหน้าตากระทะก็ไม่เหมือนร้านหมูกระทะทั่วไปนะครับ มันจะเป็นอีกอารมณ์นึง นอกจากนี้ร้านซึ่งอยู่ในตลาดไม่น่าจะทำหมูกระทะเตาไฟฟ้าได้ เพราะเตาไฟฟ้า 20+ โต๊ะน่าจะต้องเปลี่ยนหม้อไฟเป็นแบบระดับโรงงาน ซึ่งเรื่องใหญ่สำหรับตลาด และการลงทุนเป็นแบบถาวรที่อนาคตจะยังมีร้านหมูกระทะต่อไปรึเปล่าก็ไม่รู้
#ด้านสังคมและรัฐฯ
– เพิ่งรู้ว่า กทม. มีข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องสถานที่จำหน่ายอาหารและสถานที่สะสมอาหาร พ.ศ.2545 ข้อ 9(10) ห้ามใช้ก๊าซเป็นเชื้อเพลิงในการทำ ประกอบ ปรุงอาหาร บนโต๊ะรับประทานอาหารในสถานที่จำหน่ายอาหาร ! นั่นคือในความจริงแล้ว ไม่สามารถมีร้านหมูกระทะ (หรือแม้แต่ izakaya , shakariki) ที่ใช้ก๊าซปรุงอาหารได้เลยนะครับ ไม่ว่าแบบถังเล็กหรือใหญ่ ก็คือ #ไม่สามารถมีร้านหมูกระทะราคาถูกใน กทม.ได้เลยนั่นเอง อยากกินก็ไปปริมณฑลเอา XD การกินอาหารแบบนี้คงจำกัดได้แต่ในห้างใหญ่ที่ใช้ไฟฟ้าจริงๆ
เอาเข้าจริงผมว่าไร้สาระมาก รัฐก็ตึงไป ห้ามนู่นห้ามนี่จน sme หมดทางเลือก ผู้บริโภคและ sme เองก็หย่อนไป (ตามสภาพเศรษฐกิจ) ตำรวจและหน่วยงานเซฟตี้ ก็ทำงานเฉพาะเวลามีกระแสสังคมแบบนี้ แล้วก็ค่อยลืมไป สไตล์ ไทยแท้ๆ ครับ
– เจ้าของร้านมีมาเมนต์ว่าผมเรื่องถ่ายรูปด้านหลังครัวโดยไม่ได้รับอนุญาต ผมขอโทษประเด็นนี้และเอารูปนั้นออก และก็ขอให้อธิบายเรื่อง safety หลังครัวตรงถังก๊าซด้วย เพื่อตัวของเขาเองและร้านอื่นๆ ในอนาคต แต่เจ้าของก็เบี่ยงประเด็นและไม่อธิบายเรื่อง safety ตอนนี้ปิดเพจไปแล้ว
เอาจริงๆ ใจผมเห็นใจทุกฝ่ายนะครับ เห็นใจผู้ประกอบการเรื่องการถูกบีบจากสภาพเศรษฐกิจและรัฐที่ออกข้อกำหนดอะไรบางอย่างที่ไม่ make sense แต่ก็เห็นใจบ้านข้างเคียงและคนกินด้วย ถ้าเกิดมีอุบัติเหตขึ้นมาในอนาคตผมคงรู้สึกผิดที่ไม่ได้ยกเรื่องนี้ขึ้นมา ผมเห็นใจคนที่ควรจะได้มีทางเลือกกินของถูกๆ และคุณภาพใช้ได้ด้วย และเห็นใจคนไทยที่เราไม่มีอะไรมารองรับเรื่องแบบนี้มากนัก
สรุป
ผมคิดว่าการทำเครือข่ายก๊าซแบบนี้ “น่าจะให้ทำได้” โดยมีการวางท่อที่ปลอดภัยรัดกุมกว่านี้ ไม่เสี่ยงต่อการสะดุด ไม่มีช่วงที่รถทับ และมี safety valve เป็นระยะในจุดที่เหมาะสม มี leak detector และพัดลมป้องกันการสะสมของก๊าซ มีเตาที่เหมาะสมกับการใช้งาน
ส่วนหน่วยงานของรัฐ นอกจากหน่วยงานตรวจสอบ (ที่มักจะห้าม หรือเน้นปรับเงินอย่างเดียว) แล้วอยากให้มีหน่วยงานที่ส่งเสริม ให้คำแนะนำในการแก้ปัญหาเรื่องความปลอดภัยต่างๆ อย่างเป็นรูปธรรมด้วยครับ เช่นหน่วยความปลอดภัยการใช้ความร้อนในการประกอบอาหารสำหรับผู้ประกอบการ
ส่วนร้านหมูกะทะใน กทม. ผมว่า 1xx ราคาไม่รวมน้ำอัดลม ผู้บริโภค น่าจะยังพอรับได้ ถ้าเขาไม่มีตังค์ก็กินน้ำเปล่าไปก็ได้ เอาเงินมาช่วยพัฒนาด้าน safety รึเพิ่มคนน่าจะดีครับ
ด้านผู้บริโภค นอกจากไปกินแล้วก็ช่วยกันดู ช่วยกัน concern เพื่อความปลอดภัยสังคม แต่ไม่ต้องดรามาตื่นตูมมากแบบเอะอะก็ระเบิดๆๆ หาข้อมูลเพิ่มด้วยกันนะครับ ช่วยผู้ประกอบการด้วย
ภาพ ข้อมูลจากเฟซบุ๊ก Patchara Kerdsiri

