สธ.เตือน 10 เมนู “เสี่ยงท้องเสีย” ปีใหม่ เลี่ยงได้ก็ดี
ในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ ประชาชนส่วนใหญ่จะซื้ออาหารหรือน้ำดื่มจากนอกบ้านมารับประทานร่วมกันเพื่อเฉลิมฉลองเทศกาล ซึ่งอาจจะมีการปนเปื้อนและนำมาซึ่งโรคติดต่อทางอาหารและน้ำ
เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม ที่ กระทรวงสาธารสุข(สธ.) นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ขอให้ระมัดระวังอาหาร น้ำดื่ม และน้ำแข็ง ที่บริโภคอาจปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียและไวรัส เช่น โรคอุจจาระร่วง และโรคอาหารเป็นพิษ ข้อมูลจากสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม–23 ธันวาคม พบผู้ป่วยโรคอุจจาระร่วง จำนวน 1,031,998 ราย เสียชีวิต 8 ราย โดยกลุ่มอายุที่ป่วยมากที่สุด คือ อายุมากกว่า 65 ปี รองลงมา คือ อายุ 15–24 ปี และ 25–34 ปี ส่วนโรคอาหารเป็นพิษ 105,672 ราย เสียชีวิต 1 ราย โดยกลุ่มอายุที่ป่วยมากที่สุด คือ อายุ 15–24 ปี รองลงมา คือ อายุมากกว่า 65 ปี และ 25–34 ปี
นพ.สุวรรณชัย กล่าวต่อว่า โรคติดต่อทางอาหารและน้ำ เกิดจากการรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่มีการปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส โปรโตซัว หนอนพยาธิฯ ผู้ป่วยจะมีอาการ ปวดท้อง ถ่ายเหลวมากกว่า 3 ครั้งต่อวัน คลื่นไส้ อาเจียน มีไข้ อุจจาระอาจพบเยื่อมูกและมีเลือดปน ในบางรายมีอาการรุนแรงอาจทำให้เสียชีวิตได้ ในการช่วยเหลือเบื้องต้น ให้จิบน้ำผสมสารละลายเกลือแร่บ่อยๆ เพื่อป้องกันการขาดน้ำ หากอาการไม่ดีขึ้น ควรรีบไปพบแพทย์ สำหรับการป้องกันโรคในผู้เดินทางท่องเที่ยวในช่วงเทศกาล ควรเลือกร้านที่แน่ใจว่าสะอาดหรือมีเครื่องหมายรับรองความปลอดภัย เลือกบริโภคอาหาร น้ำดื่ม และน้ำแข็งที่สะอาดมีคุณภาพ ส่วนประชาชนทั่วไป ขอให้ยึดหลัก “สุก ร้อน สะอาด” รับประทานอาหารปรุงสุกใหม่ๆ ไม่มีแมลงวันตอม ล้างมือด้วยน้ำและสบู่บ่อยๆ ก่อนรับประทานอาหารหลังเข้าห้องน้ำและสัมผัสสิ่งสกปรก ในส่วนอาหารที่ปรุงประกอบไว้นานแล้ว ขอให้สำรวจอาหารก่อน หากมีกลิ่น รส หรือรูปเปลี่ยนไป ไม่ควรรับประทานต่อ ส่วนอาหารที่กลิ่น รส หรือรูปร่างไม่เปลี่ยนแปลงควรอุ่นให้ร้อนก่อนรับประทาน
“อาหารที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคติดต่อทางอาหารและน้ำที่ควรระวังเป็นพิเศษ 10 เมนูในช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองปีใหม่ ได้แก่ 1.จ่อม/ลาบ/ก้อยดิบ 2.อาหารทะเล 3.อาหารประเภทยำ 4.ส้มตำ 5.ข้าวมันไก่ 6.ข้าวผัด/ข้าวผัดโรยเนื้อปู 7.อาหารหรือขนมที่มีส่วนประกอบของกะทิสด 8.ขนมจีน 9.สลัดผัก และ 10.น้ำแข็งที่ผลิตไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งเมนูอาหารเหล่านี้ควรรับประทานเฉพาะที่ปรุงสุกใหม่ ขอให้หลีกเลี่ยงการปรุงโดยวิธีลวกหรือพล่าสุกๆ ดิบๆ นอกจากนี้ อาหารกล่องควรแยกกับข้าวออกจากข้าว ควรรับประทานภายใน 2-4 ชั่วโมงหลังจากปรุงเสร็จ และหากมีกลิ่นผิดปกติไม่ควรรับประทาน สอบถามข้อมูลได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422” นพ.สุวรรณชัย กล่าว

