ยิ่งใหญ่ตระการตา เคาต์ดาวน์ ปีใหม่ ‘ไอคอนสยาม’

ยิ่งใหญ่ตระการตา เคาต์ดาวน์ ปีใหม่ ‘ไอคอนสยาม’ พลุ 7 องก์ มหามงคล ตราตรึงชาวโลก

เมื่อวันที่ 1 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ไอคอนสยาม ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน จัดงาน “Amazing Thailand Countdown 2020” ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 23.50 น. มีพิธีนับถอยหลังเคาท์ดาวน์ โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เดินทางมาร่วมเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

นายอนุทินกล่าวว่า อีกไม่ถึง 10 นาทีจะเป็นการสิ้นสุดของปี 2562 และเป็นปีการเริ่มต้นของปี 2563 ผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาร่วมงาน  “Amazing Thailand Countdown 2020” ขอขอบพระคุณไอคอนสยาม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่ได้จัดงานนี้ขึ้น ทำให้พวกเราทุกคนได้พบกับความสนุกสนานและร่วมกันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่นี่ด้วยกันในคืนนี้

“ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก ตลอดจนพระสยามเทวาธิราช รวมทั้ง เดชะพระบารมีแห่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์ แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ทุกพระองค์ จงได้โปรดดลบันดาลประทานพรให้พี่น้องประชาชนทุกท่านในที่นี้และครอบครัว ประสบแต่ความสุขความเจริญ ปราศจากโรคภัยอันตรายทั้งปวง มีสุขภาพพลานามัยแข็งแรง และสัมฤทธิ์ผลในสิ่งอันพึงปรารถนาทุกประการ สวัสดีปีใหม่ครับ” นายอนุทินกล่าว

จากนั้น คณะประธานในพิธี นำโดย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย
นายโชติ ตราชู ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, นางชฎาทิพ จูตระกูล กรรมการบริษัทไอคอนสยาม จำกัด และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด, นายสุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด ผู้บริหารจากภาครัฐและเอกชน รวมทั้งแขกผู้มีเกียรติศิลปิน และนักแสดง ร่วมนับถอยหลังสู่ปี 2563

โดยช่วงเวลานับถอยหลังข้ามปี นักท่องเที่ยวหลากหลายเชื้อชาติ พากันส่งเสียร่วมนับถอยหลัง ก่อนจะตื่นตะลึงกับการโชว์พลุชุด มหัศจรรย์พร 7 ประการ กว่า 20,000 ดอก เป็นเวลากว่า 8 นาที รอบโค้งแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อเป็นศิริมงคลสู่ปีใหม่ ซึ่งพลุทั้ง 7 องก์ มีความหมายมหามงคล ดังนี้

องก์ที่ 1 เกริกเกียรติ “เกริกเกียรติ เกียรติก้อง แผ่นดินสยาม” เริ่มต้นการแสดงด้วยพลุสีทองส่องแสงอำไพครอบคลุมแผ่นดินและผืนนํ้า เพื่อประกาศให้โลกเห็นว่าที่ตรงนี้คือแผ่นดินทอง อันมีพระมหากษัตริย์ไทยทรงเฉลิมฉลองครองราชย์มาจนถึงปัจจุบัน

องก์ที่ 2 ยั่งยืน “ยั่งยืน ยิ่งยืนนาน รัชสมัย” พลุพุ่งเป็นเส้นลำแสงจากพื้นขึ้นสู่อากาศ และแตกแผ่กิ่งก้านปกคลุมดั่งร่มไม้ใหญ่ เปรียบเสมือนพระบารมีแห่งองค์พระมหากษัตริย์ที่สร้างความร่มเย็นให้แก่ปวงชนชาวไทยมาเป็นเวลาช้านาน และจะยังคงแผ่กว้างอย่างมั่นคงต่อไปอีกยาวนาน

องก์ที่ 3 เรืองรุ่ง “เรืองรุ่ง รุ่งเรืองปราชญ์ พระศาสนา” พลุลูกใหญ่ที่พุ่งขึ้นแตกสว่างกลางท้องฟ้า เปรียบดังปัญญาแห่งความรู้แจ้ง รู้กระจ่าง จากแสงธรรมที่นำทางชีวิตให้ประพฤติแต่สิ่งที่ดีงาม

องก์ที่ 4 เกษมศานต์ “เกษมศานต์ สันติสุข ตลอดไป” พลุหลากสีสันเล็กใหญ่ ที่แตกตัวกระจายโลดเต้นด้วยความสนุกสนาน เป็นหลักฐาน แสดงถึงความสุขของพสกนิกร ที่ดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข บนแผ่นดินแห่งความสันติ

องก์ที่ 5 ขุมทรัพย์ “ขุมทรัพย์ สินดินนํ้า” ขนานนามสุวรรณภูมิ: ดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชพรรณธัญญาหาร แสดงผ่านบรรดาดอกไม้ไฟประกายเพชร ที่แตกกระจายทั่วท้องฟ้า เปรียบเสมือนเมล็ดพันธุ์ทรงคุณค่าที่ถูกหว่านออกไปเพื่อผลิดอกออกผลในเร็ววัน

องก์ที่ 6 สิริมงคล “สิริมงคล ท่วมท้น รวมไทย” พลุเล็กใหญ่หลากหลายสีที่กระจายเต็มท้องฟ้าในคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เสมือนพรอันเป็นสิริมงคล
อวยชัยให้พี่น้องชาวไทยมีความสุขสดใสตลอดปี

องก์ที่ 7 พลานุภาพ “พลานุภาพ เทพเทวา คุ้มครองเมือง” พลุสีแดงที่แสดงถึงพลังแห่งความรัก ความห่วงใย ปกป้องดูแลอันเป็นพลังที่จะคอยปกปักรักษาคุ้มครองแผ่นนํ้า จนถึงผืนฟ้า มิให้สิ่งชั่วร้ายย่างก้าวเข้ามาบนแผ่นดินแห่งนี้ได้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon