เตรียมเอาผิดพ่อแม่ปล่อยเด็ก ป.4 เอาปืนมายิงเพื่อนร่วมชั้นสาหัส

3.01.20 | 15:53 น.

เมื่อวันที่ 3 มกราคม พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. ขอเปิดเผยถึงกรณีที่สื่อสังคมออนไลน์นำเสนอข่าว เด็ก ป.4 โคราช พกปืนไปโรงเรียน ยิงเจาะอกเพื่อนกลางห้องบาดเจ็บสาหัส ในพื้นที่ สภ.เมืองนครราชสีมา ว่า


ได้รับรายงานจาก สภ.เมืองนครราชสีมา ว่า วันนี้ เวลาประมาณ 10.05 น. ได้รับแจ้งเหตุว่า เกิดเหตุใช้อาวุธปืนยิงผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ​ ที่​ รร.แห่งหนึ่ง บริเวณ ชั้น​ 3​ อาคาร​ 7 หน้าห้องเรียนชั้น ป.4 อ.เมือง​ จ.นครราชสีมา โดยจากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้ก่อเหตุ​เป็น ด.ช.อายุ​ 9​ ปี อยู่ชั้น​ ป.4​ ได้ใช้อาวุธปืนยี่ห้อซิกซาวเออร์​ รุ่น​ p.320.​ ขนาด​ 9​ มม. ยิงใส่ผู้บาดเจ็บ​ ซึ่งเป็น ด.ช. อายุ​ 9​ ปี​ ป.4 ซึ่งเป็นเพื่อนชั้นเรียนเดียวกัน​ ในเบื้องต้นกระสุนยิงถูกที่หน้าอกด้านขวาทะลุหลัง​ ผู้บาดเจ็บนำส่งรักษาตัวที่​ รพ.มหาราชฯ​ ขณะนี้อยู่ระหว่างรักษาตัว

จากการสอบปากคำผู้ปกครองเบื้องต้น ทราบว่าผู้ก่อเหตุได้ลักเอาอาวุธปืนของบิดาซึ่งเก็บไว้ในตู้ที่บ้านพัก​ โดยที่บิดาไม่ได้อยู่ที่บ้าน ซ่อนมากับกระเป๋านักเรียน และนำมาที่​ รร.​ และได้นำอาวุธปืนมาโชว์และเล่นกับเพื่อน​ และได้หันปลายกระบอกปืนไปทางผู้บาดเจ็บและได้ลั่นไกไปถูกผู้บาดเจ็บจำนวน​ 1 นัด​ จากนั้นผู้ก่อเหตุได้เก็บอาวุธปืนเข้าในกล่องเก็บปืน​ จากการสอบถามเด็กทราบว่าฝึกใช้อาวุธปืนมาจากการดูคลิปในโทรศัพท์​

โดยขณะนี้อยู่ระหว่างนำตัวเด็กผู้ก่อเหตุส่งบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดนครราชสีมา และรอสหวิชาชีพนัดสอบปากคำ​ ในเบื้องต้นการกระทำผู้กระทำผิดรายดังกล่าวมีความผิดในข้อหา กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส​ สำหรับผู้ปกครองก็จะต้องเรียกตัวมาสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้งว่ามีการปล่อยปละละเลย หรือกระทำการวางอาวุธปืนไว้ด้วยความประมาท จนทำให้เด็กๆ หยิบมาเล่นหรือไม่ ถ้าสอบสวนแล้วเข้าข่ายว่ามีความผิดก็จะต้องถูกดำเนินคดีต่อไป

Advertisement

รองโฆษก ตร.กล่าวอีกว่า จากกรณีดังกล่าวขอฝากไปยังผู้ปกครอง สร้างการรับรู้ให้แก่บุตรหลาน เด็ก ว่าอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน นั้นเป็นสิ่งที่มีไว้ในการป้องกันความปลอดภัยในชีวิต ทรัพย์สิน ไม่ใช่ของเล่น หรือสิ่งที่นำมาทำร้าย ก่อความรุนแรง หรือทำให้เกิดอันตรายกับผู้อื่น ซึ่งถือว่าครอบครัวนั้นเป็นสถาบันแรกของสังคมในการช่วยกันอบรมสั่งสอน บุตร หลาน อีกทั้งในการขอมีและใช้อาวุธปืน หรือแม้กระทั่งในการพกพา ก็ขอให้ดำเนินการและขออนุญาตให้ถูกต้องตามขั้นตอนของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และยึดถือตามหลักกฎแห่งความปลอดภัยในการมีและการใช้อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของตัวเจ้าของปืน บุคคลรอบข้าง และผู้อื่น

ทั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมีมาตรการป้องกันเหตุดังกล่าว โดยจัดการประชุมหามาตรการป้องกันร่วมกับอาจารย์ นักเรียน นักศึกษา พร้อมทั้งให้โรงเรียนหามาตรการลงโทษเด็กเยาวชนที่ก่อเหตุ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุอีก ขณะเดียวกัน เน้นย้ำฝ่ายป้องกันปราบปรามได้ปรับแผนการตรวจเพื่อป้องกันเหตุ และให้ตำรวจชุดมวลชนสัมพันธ์ลงพื้นที่เพื่อหาทางป้องกันอีกทางหนึ่ง แสวงหาช่องทางในการแจ้งเหตุระหว่างตำรวจและโรงเรียนโดยตรง พร้อมทั้งให้ชุดสืบสวนหาข่าวในเชิงลึกเพื่อป้องกันเหตุต่อไป

อย่างไรก็ตาม ขอเตือนไปยังเยาวชนอย่ากระทำการด้วยความคึกคะนอง ใช้กำลังตัดสินแก้ปัญหา เพราะผิดกฎหมายบ้านเมือง จะส่งผลกระทบต่อตัวเองและครอบครัว และเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีต่อสังคม ควรรู้จักอดทนอดกลั้น ใช้การพูดคุยปรับความเข้าใจกันและหาทางออกของปัญหาอย่างสันติวิธี โดยที่ผ่านมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้เน้นย้ำให้ตำรวจทั่วประเทศยึดแนวทางการปฏิบัติตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 30/2559 ในการป้องกันการก่อเหตุทะเลาะวิวาทของเยาวชนอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการขอความร่วมมือให้ผู้ปกครองเด็กและเยาวชนช่วยดูแล พูดคุยกับบุตรหลานให้ทราบถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น ขณะที่สถานศึกษาควรจัดกิจกรรม เร่งรัด ป้องกันไม่ให้เกิดการทะเลาะวิวาทอีกทั้งยังได้กำชับให้เพิ่มมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันอาชญากรรม ในการเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตรา ทั้งจุดตรวจ จุดสกัด ตรวจค้นรถทุกชนิดและบุคคลเป้าหมาย โดยเน้นการตรวจค้น จับกุม อาวุธปืน อาวุธสงคราม ยาเสพติด บุคคลตามหมายจับ และสิ่งผิดกฎหมายต่างๆ เพื่อลดอาชญากรรมและป้องกันภัยที่อาจเกิดขึ้น