เมื่อวันที่ 6 มกราคม ที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เดินทางมายื่นคำร้องต่อคณะกรรมการ สคบ. ให้ดำเนินการสอบเครือข่ายภาคธุรกิจเอกชน ทั้งห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อ หลังรณรงค์นำร่องงดแจกถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว ในบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งห้างสรรพสินค้าและร้านค้าสะดวกซื้อรายใหญ่กว่า 75 บริษัท เช่น ห้างเซลทรัล เดอะมอลล์ บิ๊กซี เซเว่น อีเลฟเว่น โลตัส ฯลฯ ที่งดแจกถุงพลาสติกให้กับลูกค้าตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ที่ผ่านมา แต่การงดแจกถุงพลาสติกไม่ได้เตรียมหาภาชนะอื่นใช้ทดแทนให้กับประชาชนผู้มาใช้บริการ ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจของห้างและร้านค้าสะดวกซื้อจะได้ลดต้นทุนด้านการจัดเตรียมถุงพลาสติกไว้ให้บริการ
“มีห้างสรรพสินค้าบางรายฉวยโอกาสในการโขกสับเรียกค่าภาชนะบรรจุสินค้าในราคาที่สูงเกินควร โดยที่ผู้บริโภคไม่สามารถปฏิเสธได้ ทั้งที่เป็นหน้าที่ของร้านค้าที่จะต้องเตรียมหาภาชนะอื่นมาให้บริการลูกค้าฟรี ไม่ใช่ขูดรีดกับลูกค้า โดยภาครัฐก็เพิกเฉย ทั้งที่ควรจัดให้มีมาตรการหรือกลไกที่คุ้มครองและพิทักษ์สิทธิของผู้บริโภค ตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา61” นายศรีสุวรรณ กล่าว
นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า สมาคมฯ จึงยื่นคำร้อง สคบ.เพื่อให้ดำเนินการ 3 ประการ ดังนี้ 1.สั่งให้ผู้ประกอบการทั้ง 75 บริษัท จัดหาภาชนะที่ใช้ทดแทนถุงพลาสติกมาให้บริการลูกค้าโดยไม่คิดมูลค่า หากทำไม่ได้ให้ลดราคาสินค้าลงตามสัดส่วนต้นทุนพลาสติกที่ได้ประโยชน์ 2.หากผู้ประกอบการไม่ดำเนินการตามข้อ 1.ให้ใช้อำนาจตามมาตรา 39 พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค 2522 ดำเนินคดีกับผู้ประกอบการที่ละเมิดสิทธิผู้บริโภค 3.ให้เสนอความเห็นต่อ ครม.เพื่อกำหนดนโยบายและมาตรการในการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคไม่ให้ถูกเอาเปรียบจากผู้ประกอบ ทั้งนี้การดำเนินการดังกล่าวถือเป็นอำนาจหน้าที่โดยตรงของ สคบ. จะต้องดำเนินการและมีคำตอบภายใน 90 วันตามที่กฎหมายบัญญัติ หาก สคบ.นิ่งเฉยสมาคมฯจะฟ้องร้อง สคบ.ฐานละเลยการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

