เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ที่กระทรวงแรงงาน ม.ล.ปุณฑริก สมิติ ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน พร้อมกล่าวภายหลังว่า ที่ประชุมได้หารือกันถึงกฎหมายลูกที่ออกตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ผู้รับงานไปทำที่บ้าน พ.ศ.2553 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา เกี่ยวเนื่องกับลักษณะงานที่ห้ามหญิงตั้งครรภ์ทำ งานที่ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีทำ เพื่อความปลอดภัย และเตรียมจะเสนอเพิ่มเติมอีก 1 ฉบับ คือ การกำหนดลักษณะงานที่เกี่ยวข้องกับเครื่องมือเครื่องจักร งานที่อาจมีอันตรายของเครื่องจักร ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสรุปรายละเอียดทางเทคนิคว่า การสั่นสะเทือนเท่าใด ความร้อนของเครื่องจักรและเสียงของเครื่องจักรกี่เดซิเบล จึงจะก่อให้เกิดอันตรายกับผู้ที่ทำงาน โดยคาดว่ากฎหมายทั้งสองฉบับข้างต้นจะสามารถประกาศใช้ได้ภายในปีนี้
ม.ล.ปุณฑริกกล่าวอีกว่า ที่ประชุมยังได้พิจารณาถึงร่างประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง การกำหนดอัตราค่าตอบแทนของผู้รับงานไปทำที่บ้าน ซึ่งตามกฎหมายกำหนดให้ได้รับค่าจ้างไม่ต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำรายวัน หรือไม่ต่ำกว่าวันละ 300 บาท ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทั้งกับนายจ้างและผู้รับงานไปทำที่บ้าน จึงเห็นว่าควรกำหนดอัตราหลักเกณฑ์ให้ชัดเจน เพื่อให้นำไปปฏิบัติและนายจ้างไม่เอาเปรียบในการกดราคาค่าตอบแทนของผู้รับงานไปทำที่บ้าน ซึ่งจะอ้างอิงลักษณะงาน คุณภาพของงานและจำนวนชิ้นงานจากแรงงานที่ทำงานอยู่ในสถานประกอบการ และนำมาเปรียบเทียบกับอัตราการจ่ายค่าจ้าง โดยจะต้องกำหนดรายละเอียดไว้ในสัญญาจ้างอย่างชัดเจน อยู่ระหว่างกำหนดรายละเอียดทั้งหมด และคาดว่าจะสามารถออกเป็นกฎกระทรวงเพื่อบังคับใช้ได้ภายใน 1 เดือน นอกจากนี้ เตรียมจะประชุมร่วมกับกรมการจัดหางาน (กกจ.) และกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เพื่อหารือร่วมกันในการดูแลผู้รับงานไปทำที่บ้าน เนื่องจากมีงานที่เกี่ยวเนื่องกัน ทั้งนี้ หากนายจ้างไม่ปฏิบัติตามจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

