“กลั่นแกล้งบูลลี่” ไม่ใช่เรื่องเล็ก ไม่ปล่อยผ่าน ไม่มองข้ามปัญหาเด็ก

9.01.20 | 16:15 น.

“กลั่นแกล้งบูลลี่” ไม่ใช่เรื่องเล็ก ไม่ปล่อยผ่าน ไม่มองข้ามปัญหาเด็ก

เมื่อวันที่ 9 มกราคม ที่ เดอะฮอลล์ บางกอก เครือข่ายปกป้องเด็กและเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยงทางสังคม ร่วมกับ ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน(ชาย) บ้านกาญจนาภิเษก มูลนิธิเครือข่ายครอบครัว และเครือข่ายนักกฎหมายเพื่อเด็กและเยาวชน สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) จัดเสวนาหัวข้อ “BULLYING” กลั่นแกล้ง ความรุนแรงที่รอวันประทุ” เพื่อหาทางออกและวิธีแก้ไขปัญหาเด็กโดนกลั่นแกล้ง หรือ บูลลี่

นายอธิวัฒน์ เนียมมีศรี เครือข่ายนักกฎหมายเพื่อเด็กและเยาวชน กล่าวว่า เครือข่ายฯ ได้ลงพื้นที่สำรวจความคิดเห็นเรื่อง “บลูลี่ กลั่นแกล้ง ความรุนแรง ในสถานศึกษา” ในกลุ่มเด็ก อายุ10-15 ปี จาก 15 โรงเรียน พบว่า ร้อยละ 91.79 เคยถูกบูลลี่ด้วยการตบหัว ร้อยละ 62.07 การล้อบุพการี ร้อยละ43.57 พูดจาเหยียดหยาม ร้อยละ41.78 และอื่นๆ เช่น ด่าทอ ชกต่อย ล้อปมด้อย เสียดสี กลั่นแกล้งในสื่อออนไลน์ นอกจากนี้ร้อยละ 35.33 จากทั้งหมดระบุว่า เคยถูกกลั่นแกล้งประมาณเทอมละ 2 ครั้ง และที่น่าห่วงคือร้อยละ 24.86 ถูกกลั่นแกล้งมากถึงสัปดาห์ละ 3-4ครั้ง ส่วนคนที่แกล้งคือ เพื่อน รุ่นพี่ รุ่นน้อง

“เด็กร้อยละ 68.93 มองว่า การบูลลี่ ถือเป็นความรุนแรงอย่างหนึ่ง และผลกระทบที่เห็นได้ชัด คือเด็กเกือบร้อยละ 50 คิดจะโต้ตอบเอาคืน และที่เหลือ คือ มีความเครียด ไม่มีสมาธิกับการเรียน ไม่อยากไปโรงเรียน เก็บตัว ซึมเศร้า นอกจากนี้ เด็กๆยังต้องการให้ทางโรงเรียนมีบทลงโทษที่ชัดเจน มีครูให้คำปรึกษา เลิกมองเรื่องบูลลี่ กลั่นแกล้งกัน เป็นเรื่องปกติแล้วปล่อยผ่าน ต้องให้ความสำคัญ เร่งปลูกฝังเรื่องการเคารพสิทธิเนื้อตัวร่างกาย การให้เกียรติกัน ทั้งในระดับครอบครัวและในสถานศึกษา” นายอธิวัฒน์ กล่าว

Advertisement

ด้านนายจีระศักดิ์ หนูแดง อายุ 30 ปี อดีตเยาวชนที่เคยผ่านปัญหาความรุนแรงในครอบครัว และถูกบูลลี่ กลั่นแกล้งในสถานศึกษา กล่าวว่า ในวัยเด็กได้ย้ายโรงเรียนจากต่างจังหวัดเข้ามาเรียนในเมือง จึงถูกเพื่อนกลั่นแกล้งประจำ และสะสมมาจนทำให้เกิดความโมโหควบคุมสติไม่อยู่จนคว้าเก้าอี้ฟาดหัวเพื่อน ซึ่งวิธีนี้ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่ดีแน่นอน แต่ผลคือทำให้เพื่อนคนดังกล่าวกลั่นแกล้งน้อยลง แต่ผ่านมาได้ไม่นานตนยังถูกกลั่นแกล้งอีก จึงออกจากโรงเรียนกลางคัน ทั้งนี้จุดเปลี่ยนชีวิตได้เกิดขึ้นหลังจากที่เข้าไปอยู่ในสถานคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กชายจังหวัดระยอง สถานที่นี้ได้หล่อหลอมให้ทุกคนมีสติ แก้ปัญหาได้โดยไม่ต้องใช้ความรุนแรง

“ผมเชื่อว่าสถาบันการศึกษาและสถาบันครอบครัว เป็น 2 สถาบันหลัก ที่ช่วยแก้ไขปัญหาระหว่างเด็กที่ถูกบูลลี่และเด็กที่บูลลี่คนอื่นได้ เช่น โรงเรียนควรมีอาจารย์แนะแนวหรือนักจิตวิทยาที่คอยให้คำปรึกษาแก่เด็กที่กำลังเผชิญปัญหาการถูกกลั่นแกล้ง หรือควรหากิจกรรมให้เด็กทั้ง 2 กลุ่มทำร่วมกันเพื่อละลายพฤติกรรม ส่วนผู้ปกครองควรดูแลเอาใจใส่พูดคุยกับลูกมากขึ้น สิ่งเหล่านี้จะช่วยลดปัญหาความรุนแรงของเด็กในโรงเรียนได้ การทำให้เขารู้จักการเคารพให้เกียรติผู้อื่น ต้องปลูกฝังกันตั้งแต่เด็กๆและต้องจริงจัง” นายจีระศักดิ์ กล่าว