กรณีเมื่อช่วงสายวันที่ 9 มกราคม หน่วยปฏิบัติการพิเศษอรินทราช 26 บุกบ้านพักท้ายซอยเพชรเกษม 47 ย่านบางแค จับกุมนายอภิชัย หรือไอซ์ องค์วิศิษฐ์ อายุ 40 ปี พร้อมปืนขนาด 9 มม.และยาไอซ์ ที่ทำร้ายร่างกายแล้วฆ่า น.ส.วรินทร์ธรณ์ หรือกุ๊กกิ๊ก ไชยเชษฐ อายุ 22 ปี สาวไซด์ไลน์ยัดใส่หีบเหล็กจนเสียชีวิต แล้วนำศพไปฝังดินในพงหญ้าข้างบ้าน หลังผู้ตายหายตัวไปตั้งแต่เดือนตุลาคม 2562
เมื่อวันที่ 10 มกราคม มีรายงานข่าวแจ้งว่า จากการเค้นสอบปากคำ นายอภิชัย หรือไอซ์ องค์วิศิษฐ์ อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาที่เชื่อว่าเป็นฆาตกรในคดีนี้ ระบุว่าเมื่อประมาณเดือนพฤษภาคม ปี 2562 นายอภิชัยได้ติดโมเดลลิ่ง สาวไซด์ไลน์ ผ่านเว็บไซต์หนึ่งให้ส่งตัวผู้ตายมาพบกันที่โรงแรม ย่านรังสิต จ.ปทุมธานี เมื่อไปถึงก็ได้พบกับผู้ตายเป็นครั้งแรก และแลกเบอร์โทรศัพท์ติดต่อไว้ เนื่องจากผู้ตายมีหน้าตาสวย หุ่นดี จนนายอภิชัย ตกหลุมรัก ก่อนจะชักชวนให้ผู้ตายมาที่บ้านพักหลังเกิดเหตุ และร่วมเสพยาเสพติดกันในบ้านหลังนี้ ซึ่งผู้ตายก็ไปมาหาสู่กันหลายครั้ง เนื่องจากนายอภิชัยชอบเสพไอซ์ และยาบ้า จึงนำมาให้สาวที่มาติดพันจนผู้ตายติดใจและคบเป็นแฟน พร้อมมาอาศัยอยู่ด้วยกันอย่างถาวร เนื่องด้วยนายอภิชัยเคยช่วยเหลือมีบุญคุณต่อกัน
รายงานแจ้งต่อว่า นายอภิชัยอ้างว่าวันเกิดเหตุเมื่อเดือนกรกฎาคม ปี2562 ผู้ตายและตนร่วมกันเสพยาเสพติดอย่างหนักจนต่างฝ่ายต่างหลับไป ซึ่งก่อนที่จะหลับตนเห็นว่าฝ่ายหญิงนอนมือสั่น แต่ทำอะไรไม่ได้ แล้วก็หลับไป ก่อนจะตื่นมาเห็นว่าผู้ตายนอนอยู่ข้างกัน เมื่อเรียกเท่าไหร่ก็ไม่ตื่น จึงทราบว่าเสียชีวิตและเกิดความหวาดกลัวว่าจะมีเป็นคนคิดว่าตนเป็นผู้ลงมือฆ่า เนื่องด้วยอยู่ในบ้านหลังนี้เพียง 2 คนกับผู้ตาย
นายอภิชัย จึงแบกศพไปซ่อนไว้ในหีบ ก่อนโทรศัพท์ตามนายเฉลิมชนม์ หรือ นายเหลิม งะบัว ลูกน้องที่ถูกจับไปก่อนหน้านี้มาช่วยกันนำศพไปฝังดินไว้หลังบ้าน กระทั่งถูกจับกุมดังกล่าว ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาที่อยู่ด้วยกัน ตนรักผู้ตายมาก หลังจากแฟนสาวเสียชีวิตไปแล้ว ก็ยังทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ตลอด แต่ส่วนตัวก็ยังไม่เคยพบเห็นวิญญาณ หรือสิ่งลี้ลับแต่อย่างใด
รายงานแจ้งว่า จากคำให้การของพยานผู้ใกล้ชิด พบว่าตลอดช่วงเวลาที่ผู้ตายมาอาศัยอยู่กับนายอภิชัย จะมีพฤติกรรมอารมณ์โมโหร้าย เมื่อผู้ตายทำอะไรไม่ได้ดั่งใจจะทุบตี หรือใช้ไม้ และท่อนเหล็กมาทุบ ทั้งยังใส่กุญแจมือและไปขังไว้ในหีบเหล็ก ล็อกด้วยแม่กุญแจ ล่าสุดผู้ตายกินข้าวไม่หมด ทำให้นายอภิชัย ไม่พอใจจึงใช้ท่อนเหล็กทำร้าย และบังคับให้ไปอยู่ในหีบเหล็กดังกล่าว จนวันรุ่งขึ้นมาพบว่าเป็นศพแล้ว จากนั้นนายอภิชัยก็เรียกเพื่อนมาช่วยตามคำให้การ แต่เมื่อตอนนำร่างผู้ตายไปฝังนั้น นายอภิชัย มีอาการโศกเศร้าอย่างมาก ร้องไห้ตลอดเวลา และขออุ้มร่างผู้ตายไปฝังเอง พร้อมทั้งขอกอดเป็นครั้งสุดท้าย และพูดตลอดว่า “ขอโทษ ที่ทำลงไป”
รายงานต่อด้วยว่า นายอภิชัย ที่มีเงินใช้จ่ายอย่างอู้ฟู่ ใช้ชีวิตหรูหราได้นั้น พบว่าหลังจากพ่อได้เสียชีวิตไปได้ไม่นาน ผู้เป็นแม่ และน้องของเจ้าตัวได้หลบหนีไปใช้ชีวิตในต่างประเทศ แต่ทิ้งเงินมรดกไว้ร่วม 3 ล้านบาท รวมไปถึงมีธุรกิจอพาร์ตเมนต์ที่เปิดให้ผู้อื่นเช่าพักอาศัย ที่มีผู้เป็นป้าเป็นผู้ดูแล แล้วจะจ่ายเงินให้นายอภิชัยใช้วันละ 500 บาท ประกอบกับที่เจ้าตัววนเวียนอยู่ในวงการยาเสพติด จนสร้างรายได้ในการดำเนินชีวิต
ทั้งนี้นายอภิชัย มักจะไม่เดินทางออกไปไหน มักจะเสพยาเสพติดอยู่กับบ้านเท่านั้น เว้นแต่จะไปซื้อบริการทางเพศ เมื่อสนใจหญิงสาวคนใดก็จะขอเบอร์ส่วนตัวมาจีบ และชักชวนมาเสพยาที่บ้านเช่นกัน เมื่อทางตำรวจสอบถามลึกลงไปว่ามีพฤติกรรมความรุนแรงเหล่านี้มาจากสาเหตุใด เจ้าตัวยอมรับว่าในวัยเด็กถูกเพื่อนกลั่นแกล้งบ่อยครั้ง จนทนไม่ไหวเคยถึงขั้นแอบนำอาวุธปืนของพ่อไปโรงเรียนเพื่อข่มขู่เพื่อน และเมื่อไม่พอใจอะไรก็มักจะมาลงไม้ลงมือ ทำร้ายน้องตัวเองบ่อยครั้งอีกด้วย

