“บิ๊กโจ๊ก” ลั่น วันนี้ที่รอคอย ให้ข้อมูลป.ป.ช. มั่นใจเอาผิดได้ ย้ำ ความขัดแย้ง กับคนในคลิปเสียง มาจากประเด็นไบโอเมตริกซ์ เผย บิ๊กป้อม ยังไม่ยกหูโทรหา เพราะเป็นเรื่องส่วนตัว
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 10 มกราคม ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)สนามบินน้ำ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เข้าให้ถ้อยคำต่อเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ในฐานะพยานกรณีเรื่องร้องเรียนให้ตรวจสอบการจัดซื้อเครื่องไบไอเมตริกซ์ และรถตรวจการไฟฟ้า ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วงเงิน 2,100 ล้านบาท
โดยพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าให้ข้อมูลต่อเจ้าหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ว่า วันนี้เป็นวันที่รอคอยมานานซึ่งมาในฐานะเป็นพยาน และครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่พูด เพราะจากนี้จะเป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช.ในการไต่สวนข้อเท็จจริง และมั่นใจว่าป.ป.ช. จะสามารถรวบรวมพยานหลักฐานได้ชัดเจน รวมถึงการให้ข้อมูลเพิ่มเติมของคณะกรรมการตรวจรับ ซึ่งเป็นถึงรองผู้บัญชาการที่มาในฐานะพยานในวันนี้ด้วย
พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า การยกเลิกสัญญาตัวเองเป็นผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเพียงคนเดียวที่กล้ายกเลิกสัญญา เพราะมีความผิดปกติอย่างมาก โดยเฉพาะงบประมาณที่จากเดิมไว้ 1,000 ล้านบาทกลายเป็น 2,000 ล้านบาท และตอนแรกสถานีตำรวจภูธรไม่อยู่ในแผนที่จะได้รับเครื่องไบโอเมตริกซ์ แต่เพราะงบประมาณที่มากถึง 2,000 ล้านบาททำให้ได้รับการแจกจ่ายด้วยซึ่งเครื่องเหล่านี้ปัจจุบันไม่ได้ถูกใช้งาน
พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ปัญหาความขัดแย้งกับคนในคลิปเสียงมาจากเรื่องนี้แหละที่ผ่านมามีความพยายามนัดเจรจากับตัวเองและทนายเพื่อให้จบ แต่ไม่เคยไปพบด้วยเพราะไม่สามารถยุติเรื่องนี้ ส่วนกรณีที่พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีเตรียมเป็นคนกลางเคลียร์ใจนั้นขณะนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อจากพลเอกประวิตร และเชื่อว่าพลเอกประวิตรจะไม่มาสั่งการในเรื่องนี้ เพราะเป็นเรื่องส่วนตัว แต่หากได้รับการติดต่อจากพลเอกประวิตร ก็พร้อมคุยทุกเรื่องแต่ ยืนยันว่าจะทำในสิ่งที่ผิดกฎหมาย อย่างไรก็ตามมั่นใจว่าข้อมูลที่นำมาให้ถ้อยคำต่อ ป.ป.ช.นี้ จะสามารถเอาผิดผู้ถูกร้องได้ อย่างแน่นอนส่วนผลการไต่สวนจะออกมาเป็นอย่างไรคงต้องแล้วแต่คณะกรรมการ ป.ป.ช.

