หน้าแรก ในประเทศ พยัคฆ์ไพรลงตร...

พยัคฆ์ไพรลงตรวจเข้ม รีสอร์ตหรูเขตป่าไม้ พบเอกสารสิทธิที่ดินคลาดเคลื่อน-ผิดกฎหมายเพียบ

24.06.16 | 21:14 น.

อธิบดีกรมป่าไม้ นายชลธิศ สุรัสวดี สั่งนายอรรถพล เจริญชันษา และนายชีวะภาพ ชีวะธรรม นำชุดพยัคฆ์ไพรลงตรวจสอบรีสอร์ตหรูตามแผนตรวจเข้ม 970 รีสอร์ตในเขตป่าไม้เป้าหมายแรก พื้นที่นำร่องเขาค้อ อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ภายหลังได้รับรายงานตรวจพบ โรงแรม รีสอร์ตและบ้านพักตากอากาศ 970 แห่งทั่วประเทศในเขตป่าไม้ สั่งให้ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายให้ได้ความชัดเจน ต่อการครอบครองที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติในความรับผิดชอบของกรมป่าไม้ ภายหลังได้รับการรายงานจากชุดพยัคฆ์ไพร ที่ตรวจพบแล้ว มีทั้งที่มีเอกสารสิทธิที่ดิน และไม่มีเอกสารสิทธิที่ดิน ในส่วนที่มีเอกสารสิทธิที่ดินก็น่าจะออกมาด้วยความคลาดเคลื่อนและไม่ชอบด้วยกฎหมายจำนวนมาก

โดยเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน นายชลธิศ สุรัสวดี อธิบดีกรมป่าไม้ พร้อมนายอรรถพล เจริญชันษา ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า ได้เรียกประชุมผู้อำนวยการส่วนป้องกันและควบคุมไฟป่า จากทุกสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ทั่วประเทศ เพื่อสั่งการให้ดำเนินการตรวจสอบ โรงแรม รีสอร์ต และบ้านพักตากอากาศของกลุ่มทุนในเขตป่าไม้ทั่วประเทศ ตามที่ได้รับการรายงาน จำนวน 970 แห่งโดยกำหนดแนวทาง และขั้นตอนการดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน โดยให้แล้วเสร็จภายใน วันที่ 30 กันยายน 2559 และอธิบดีกรมป่าไม้ ได้สั่งการให้นายอรรพล เจริญชันษา และนายชีวะภาพ ชีวะธรรม นำชุดปฎิบัติการพยัคฆ์ไพรประสานการปฎิบัติร่วมกับ พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ ศปป.4 กอ.กอ.รมน.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เข้าตรวจเข้มพื้นที่แรกคือในเขตป่าสงวนแห่งชาติเขาโปกหล่น อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ โดยข้อมูลจากการอ่านแปลภาพถ่ายพบ 58 แห่งที่ต้องเข้าดำเนินการตรวจสอบ

โดยจะเข้าดำเนินการในวันที่ 25 มิถุนายน ให้สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้มีนโยบายในการบังคับใช้กฎหมาย ภายใต้แผนพลิกฟื้นผืนป่าสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน กําหนดให้มีการดําเนินคดีกับผู้บุกรุกป่า รายที่เป็นนายทุน หรือผู้มีอิทธิพล โดยใช้แนวทางการปฏิบัติตามคําสั่ง คสช.ที่ 64 และ 66/2557 และ คําสั่ง คสช.ที่ 13/2559 โดยเฉพาะในท้องที่ที่เป็นเขตป่าต้นน้ำลำธารสายหลักของประเทศ ประกอบด้วย พื้นที่ป่าต้นน้ำปิง วัง ยม น่าน และแม่น้ำป่าสักอันสืบเนื่องจากกรณีกาบุกรุกยึดถือครอบครองพื้นที่ป่าต้นน้ำในเขตจังหวัดต่างๆ ในหลายท้องที่เขตจังหวัดทางภาคเหนือ ที่ยังคงมีความรุนแรงส่งผลกระทบต่อสภาวะแวดล้อมบนพื้นที่ ป่าต้นน้ำลำธาร ในเขตภูเขาสูงอย่างรุนแรง

นายชีวะภาพ ชีวะธรรม เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบพบเบื้องต้น พบว่ามีการก่อสร้างรีสอร์ต, โรงแรมหรู, บ้านพักตากอากาศหรู จำนวนมากที่ตรวจสอบพบอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งมีทั้งประเภทที่เป็นการครอบครองที่ดินแบบมือเปล่า และประเภทมีเอกสารสิทธิที่ดินซึ่งเมื่อตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า น่าจะเป็นเอกสารสิทธิที่ดิน ที่ออกมาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะเป็นการออกโดยการเดินสำรวจโดยไม่ได้มีการแจ้งครอบครอง สค1 ตามระเบียบ ซึ่งไม่สามารถเดินสำรวจได้ในเขตป่าสงวนแห่งชาติและเขตป่าไม้ถาวร และจะต้องมีการขยายผลดำเนินตรวจสอบให้ชัดเจน และเสนอให้กรมที่ดิน ดำเนินการเพิกถอนตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป ในส่วนของการครอบครองแบบมือเปล่าโดยไม่มีคุณสมบัติที่จะอยู่อาศัยได้ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ก็จะต้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ซึ่งตรวจพบแล้วหลายรีสอร์ต และยังตรวจสอบพบว่ามีหลายจุด ที่เพิ่งก่อสร้างใหม่ ภายหลังที่มีคำสั่งที่ 64/2557 ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ซึ่งเป็นการบุกรุกใหม่ต้องดำเนินการทางกฎหมายกับกลุ่มนี้เป็นอันดับต้นๆ และจะขยายผลให้ถึงผู้บงการที่อยู่เบื้องหลังให้ได้ เพื่อให้เป็นไปตามแนวทางตามแผนงาน พลิกฟื้นผืนป่า สู่การพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป.

S__2580509

Advertisement