เมื่อวันที่ 10 มกราคม ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.5 บก.ป.,พ.ต.ท.ศิลป์ชัย ถวัลย์ภิยโย สว.กก.5 บก.ป. นำกำลังเจ้าหน้าที่จับกุม นายศุภชัย หรือ กฤษณะ พรหมราช อายุ 29 ปี ชาว จ.สงขลา ตามหมายจับศาลจังหวัดสงขลา ที่ จ.78/2554 ลงวันที่ 11 ก.พ. 2554 ข้อหา“ร่วมพยายามฆ่าเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่,ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต,ร่วมกันพกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนเข้าไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุจำเป็น,ขับรถประมาท , เสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1” ได้ที่ ริมถนนพุทธมณฑลสาย 2 แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กทม.
สืบเนื่องจากเมื่อกลางดึกวันที่ 29 พ.ย. 2553 ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.คอหงส์ กำลังขับขี่รถจักรยานยนต์สายตรวจออกตรวจท้องที่บริเวณหน้า รพ.ราษฎร์ยินดี ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้พบ นายศุภชัย หรือนายวิว และ นายกิตติพันธ์ หรือนายเซนส์ ขับขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมาด้วยท่าทีมีพิรุธ จึงเรียกให้หยุดเพื่อตรวจค้น แต่ทั้งสองกลับพยายามเร่งเครื่องรถหลบหนี พร้อมกับใช้อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ยิงใส่ตำรวจสายตรวจ แต่กระสุนได้เฉี่ยวไป ต่อมาระหว่างที่กำลังขับรถหลบหนีผู้ต้องหาทั้งสองเห็นท่าไม่ดีจึงได้จอดรถทิ้งไว้ริมถนนแล้ววิ่งหลบหนีเข้าป่าหญ้าข้างทาง เจ้าหน้าที่สายตรวจจึงได้ขอกำลังเสริมเข้าปิดล้อมป่าหญ้าดังกล่าว ก่อนสามารถติดตามจับกุมนายกิตติพันธ์ ได้ในที่สุด แต่ระหว่างนั้นนายศุภชัย อาศัยความมืดและความชุลมุนหลบหนีไปได้ อย่างไรก็ตามจากการสอบสวนนายกิตติพันธ์ ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้ก่อนนั้นให้การซัดทอดว่านายศุภชัย ผู้ต้องหารายนี้ที่ยังคงหลบหนีเป็นคนยิง จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับดังกล่าว กระทั่งต่อมาตำรวจกองปราบสืบทราบว่าปัจจุบันนายศุภชัย หลังก่อเหตุได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็นนายกฤษณะ หลบหนีออกจากพื้นที่หาดใหญ่ไปอยู่ จ.นครศรีธรรมราช และ จ.ภูเก็ต หลายปี ก่อนจะหลบหนีมาอยู่ในพื้นที่ กทม. เป็นเวลารวมเกือบ 10 ปี จึงนำกำลังเข้าจับกุมตัวได้ดังกล่าว
สอบสวนนายศุภชัย ให้การภาคเสธ อ้างว่าไม่มีเจตนาจะยิงปืนใส่เจ้าหน้าที่ เพียงแต่ยิงเพื่อเปิดทางหลบหนีเท่านั้น เบื้องต้นจึงแจ้งข้อหาก่อนนำตัวส่ง สภ.คอหงส์ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

