เมื่อวันที่ 10 มกราคม ที่สน.ปทุมวัน นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ นายไพรัฎฐโชติก์ จันทรขจร อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคเขต 5 นครปฐม นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ นายธนวัฒน์ วงค์ไชย และน.ส.ณัฏฐา มหัทธนา รวมทั้งหมด 5 คน เข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ตามหมายเรียกกรณีจัดการชุมนุมบนสกายวอล์กแยกปทุมวันเมื่อวันที่ 14 ธ.ค. ที่ผ่านมา
นายธนาธร กล่าวว่ามารับทราบข้อกล่าวหา4ข้อหา คือ 1.ร่วมกันเป็นผู้จัดการชุมนุมสาธารณะ โดยไม่แจ้งการชุมนุมต่อผู้รับแจ้ง, 2.ร่วมกันจัดการชุมนุมสาธารณะโดยกีดขวางทางเข้าออกหรือรบกวนการปฏิบัติงานหรือการใช้บริการสถานีรถไฟ 3.ร่วมกันจัดการชุมนุมสาธารณะโดยไม่ดูแลและรับผิดชอบการชุมนุมสาธารณะไม่ให้เกิดการขัดขวางเกินสมควรต่อประชาชนที่จะใช้ที่สาธารณะฯ 4.ร่วมกันโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ โดยขอปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ส่วนนายปิยบุตร แสงกนกกุล น.ส.พรรณิการ์ วานิชและนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ นั้นอยู่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ประชุมสภา หากแล้วเสร็จจากการทำหน้าที่ส.ส.ก็จะมาพบเจ้าหน้าที่ในภายหลัง
นายธนาธรกล่าวอีกว่าขอตั้งข้อสังเกตว่าเสรีภาพของประชาชนถูกริดรอน อย่างนายไพรัฎฐโชติก์ ก็ถูกเจ้าหน้าที่ไปเยี่ยมที่บ้าน 2 วันติด วันแรกไปถ่ายรูปในบ้าน วันที่ 2 ส่งเจ้าหน้าที่ 5 คนมาพูดคุย อยากบอกว่าเผด็จการพยายามทำให้เรากลัว ถ้าเราไม่กลัวเราจะไม่แพ้ สำหรับคดีนี้ไม่มีความกังวลใดๆ เพราะการดำเนินคดีเป็นเรื่องแรงจูงใจทางการเมืองมากกว่าการบังคับใช้กฎหมาย ที่ผ่านมาก็มีกรณีแบบนี้ ขอยกตัวอย่างคดีเงินกู้พรรคอนาคตใหม่นั้น ในชั้นคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนของกกต.นั้นได้ยกคำร้องเรื่องเงินกู้ไปแล้ว แต่ทางกกต.ชุดใหญ่กลับหยิบเรื่องนี้มาพิจารณา และจากเดิมแจ้งว่ามีความผิดในมาตรา66 พอในชั้นศาลรัฐธรรมกลับฟ้องในข้อหาความผิดตามมาตรา72 ซึ่งมีโทษถึงขั้นยุบพรรค อันเป็นความตั้งใจทำลายพรรคอนาคตใหม่ ไปไกลกว่าหลักนิติรัฐ ตนไม่เสียเวลาและสมาธิ ขอบคุณทุกกำลังใจพรรคอนาคตใหม่จะเดินหน้าผลักดันประเด็นนโยบายต่าง ๆ ต่อไป และจะต่อสู้จนกว่าจะได้ประชาธิปไตย ส่วนงานวิ่งไล่ลุงในวันที่ 12 ม.ค.จะไปร่วมงานด้วยในฐานะคนธรรมดา
ด้านนายธนวัฒน์ กล่าวว่า ในฐานะผู้จัดงานวิ่งไล่ลุงมีความพร้อมมาก มีการตระเตรียมเสื้อ ถ้วยรางวัล พรุ่งนี้น่าจะแล้วเสร็จ ทุกอย่างจะจัดตามเวลาเดิมที่แจ้งคือ 05.00-09.00น. วันที่12 ม.ค. เพราะได้รับการอนุญาตแล้ว ถ้าวันนี้ตนมาพบตำรวจแล้วไม่ได้รับการปล่อยตัว ก็ไม่เป็นไรเพราะมีคนที่สามารถดำเนินการแทนได้อยู่แล้ว
ต่อมาเวลา 17.30 น. ที่สน.ปทุมวัน หลังจากนายธนาธรและผู้ถูกออกหมายเรียก 4 คน สอบปากคำที่ห้องประชุมชั้น2ของสน.ใช้เวลา 1.30 ชั่วโมง จึงแล้วเสร็จ นายธนาธรเผยว่า ตำรวจได้แจ้งข้อหาเพิ่มอีก1ข้อหา คือชุมนุมในระยะไม่เกิน 150 เมตร จากพระราชวัง รวมเป็น 5 ข้อหา พวกตนก็ได้ปฏิเสธหมด จากนี้จะมาอีกทีในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ เพื่อนัดส่งคดีกับทางอัยการ ตนก็ยืนยันว่าจะสู้ไม่ถอย ไม่หมดกำลังใจ จะทำให้ประชาชนเห็นความล้มเหลวของกระบวนการยุติธรรมไทย ไม่ว่าจะเป็นตำรวจ องค์กรอิสระกกต.และศาลรัฐธรรมนูญ ตนขอเชิญชวนประชาชนสู้เพื่อประชาธิปไตยต่อไป
นายธนาธรกล่าวต่อว่า สำหรับวันที่ชุมนุมกันนั้น รถไฟฟ้าปิดเอง พวกตนไม่ได้กีดขวาง แต่เพราะเราไม่มีสถานที่สาธารณะเพื่อแสดงออกทางการเมือง ทำให้ต้องไปชุมนุมที่ตรงนั้น จากนี้พรรคจะผลักดันฝ่ายบริหารให้จัดหาสถานที่ให้กับประชาชนต่อไป โดย15ปีแห่งความขัดแย้งกันมา ตนขอถามกลับว่ามันลดลงหรือไม่ เราต้องเปลี่ยนข้อตกลงและสมดุลทางอำนาจใหม่ให้ทุกฝ่ายในสังคมยอมรับได้ นั่นก็คือการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ถ้าประชาชนไม่สู้ ผู้มีอำนาจก็จะไม่ยอมให้กุญแจแก้ไขตรงนี้ ปีนี้จะเป็นปีแห่งความกล้าหาญของประชาชน ซึ่งจะไม่ทนออกมาเรียกร้องสิทธิเสรีภาพให้กับตัวเอง
“สำหรับพรุ่งนี้เป็นวันเด็กแห่งชาติ ไม่ได้คิดคำขวัญ แต่อยากเชิญชวนเยาวชนให้ออกมาเป็นส่วนหนึ่งของความเปลี่ยนแปลงทำให้ชีวิตคนไทยดีกว่าเดิม สำหรับวันที่ 21 มกราคม ที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดฟังคำวินิจิฉัยเรื่องพรรคอนาคตใหม่ล้มล้างการปกครอง พวกผมตั้งพรรคการเมืองมาก็พร้อมสู้ในระบบ ไม่อย่างนั้นจะตั้งพรรคมาทำไม ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ยังคงสู้ต่อไป”นายธนาธรกล่าว

