หลังจากศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา(กพย.) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เตรียมขอเข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) เพื่อขอให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) เพิกถอนทะเบียนยาปฏิชีวนะ หรือยาต้านเชื้อแบคทีเรียกว่า 40 ตำรับประมาณ 100 ทะเบียน/ยี่ห้อ เนื่องจากมีปัญาเชื้อดื้อยา มีการใช้ยาเกินความจำเป็น ซึ่งอาจเสี่ยงให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเว็บไซต์ของ กพย. http://www.thaidrugwatch.org/ ได้เปิดบัญชียาที่ควรมีการเพิกถอนทะเบียนยา หรือควบคุมการใช้ รวมทั้งแก้ไขปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพ โดยมีข้อเสนอในการจัดการปัญหายาต้านแบคทีเรีย ต้องมีมาตรการดังต่อไปนี้
1. เพิกถอนทะเบียนตำรับยา
1.1 ยาอมที่มีส่วนประกอบของยาต้านแบคทีเรีย เนื่องจากอาจไม่ปลอดภัยต่อผู้ใช้ ด้วยการชักนำให้เกิดเชื้อดื้อยา และมีข้อมูลไม่เพียงพอที่จะสนับสนุนประสิทธิภาพของยา ตามข้อบ่งใช้ที่ได้ขึ้นทะเบียน อาทิ ยาอม ที่มีนีโอมัยซิน (neomycin) บาซิทราซิน (Bacitracin) เป็นส่วนประกอบ neomycin + bacitracin + benzocaine และ neomycin + bacitracin + amylocaine เนื่องจากโรคเจ็บคอมากกว่าร้อยละ 80 ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย จึงไม่มีเหตุผลในการให้ยาปฏิชีวนะในทุกรูปแบบแก่ผู้ป่วย หากเกิดจากแบคทีเรีย สาเหตุสำคัญที่สุดคือ Streptococcus Group A ซึ่ง neomycin ไม่มีฤทธิ์ต่อเชื้อนี้ จึงไม่มีโอกาสที่ยาจะออกฤทธิ์ได้
ยาเม็ดอม chlortetracycline ไม่มีหลักฐานสนับสนุนประสิทธิภาพในการรักษาอาการเจ็บคอจากการติดเชื้อแบคทีเรีย นอกจากนั้น ยาทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดอาการไม่พึงประสงค์โดยไม่ได้รับประโยชน์จากยา และทำให้เกิดเชื้อดื้อยาต้านแบคทีเรียส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชน
1.2 รูปแบบยาสำหรับรับประทาน ที่อาจไม่ปลอดภัยแก่ผู้ใช้ยา โดยไม่มีหลักฐานสนับสนุนประสิทธิภาพตามที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้ จึงมีความเสี่ยงต่อการเกิดอาการไม่พึงประสงค์และการชักนำให้เกิดเชื้อดื้อยา โดยไม่ได้รับประโยชน์จากยา อีกทั้งบางรายการที่เป็นยาสูตรผสม ไม่มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยดีกว่ายาเดี่ยวแต่ละชนิด และไม่สามารถสรุปประสิทธิผลและความเข้ากันได้ของยาสูตรผสม ยกตัวอย่าง ยาที่มีส่วนประกอบของ sulfaguanidine ชนิดรับประทาน ยาที่มีส่วนประกอบของ sulfadimidine (sulfamethazine) ยาที่มีส่วนประกอบของ sulfamethizole + phenazopyridine (pyridium) + tetracycline เป็นต้น
1.3 รูปแบบยารับประทาน สำหรับแก้ท้องเสีย เนื่องจากยามีหลักฐานประสิทธิในการรักษาอาการท้องเสียไม่เพียงพอ และไม่สอดคล้องกับการรักษาทางการแพทย์ในปัจจุบัน อาจไม่ปลอดภัยแก่ผู้ใช้ยา อาทิ ยาชนิดรับประทานที่มี clioquinol เป็นส่วนประกอบ ซึ่งเป็นกลุ่มยาท้องเสีย และทะเบียนตำรับยาชนิดรับประทานที่มี iodoquinol (diiodohydroxyquinoline) เป็นส่วนประกอบ ซึ่งประกอบด้วยตัวยาดังต่อไปนี้ 1. Diiodohydroxyquinoline + catechu+thymol (tab) 2. Diiodohydroxyquinoline + phthalylsulfathiazole (tab) 3. Diiodohydroxyquinoline+furazolidone + phthalylsulfathiazole (tab) และ 4. Diiodohydroxyquinoline + furazolidone + kaolin + pectin + atropine (tab) ยากลุ่ม nitrofurantoins ชนิดรับประทาน ได้แก่ nifuroxazide ยาสูตรผสม furazolidone + kaolin + pectin รูปแบบรับประทาน
1.4 รูปแบบยาใช้เฉพาะที่ หรือยาใช้ภายนอกที่มีปัญหาด้านประสิทธิภาพในการรักษา และอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้ยา อาทิ ยา chlortetracycline ชนิดใช้ภายนอก อาจไม่ปลอดภัยแก่ผู้ใช้ยาขณะที่ไม่มีหลักฐานสนับสนุนประสิทธิภาพในการรักษาแผลที่ติดเชื้อเกิดจากไฟไหม้ แผลอักเสบ แผลที่มีหนอง ผิวหนังอักเสบติดเชื้อ แผลสด ยากลุ่ม polymixins รูปแบบใช้ภายนอก ยาสูตรผสม polymyxin B + bacitracin ชนิดผงโรยแผลสำหรับใช้ภายนอก
1.5 รูปแบบยาเหน็บช่องคลอด ที่ไม่มีข้อมูลเภสัชจลนศาสตร์และรายงานการวิจัยในคนที่สนับสนุนประสิทธิผลการรักษาของยานี้และอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้ยา อาทิ ยากลุ่ม quinolone derivatives ชนิดเหน็บช่องคลอด 1. diiodohydroxyquinoline 2. diiodohydroxyquinoline + nystatin 3. diiodohydroxyquinoline + nystatin + chloramphenicol 4. diiodohydroxyquinoline + nystatin + benzalkonium
1.6 รูปแบบยาสูตรผสมชนิดฉีด ที่ไม่มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นไปจากยาเดี่ยว โดยไม่มีหลักฐานสนับสนุนประสิทธิผลและความปลอดภัย อีกทั้ง ยาสูตรนี้มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยไม่ดีไปกว่าการให้ยาเดี่ยวแต่ละชนิด อาทิ ยาต้านแบคทีเรียสูตรผสมชนิดฉีด ได้แก่ ยาสูตรผสม streptomycin + procaine benzylpenicillin + benzylpenicillin sodium
1.7 ยาเหน็บทวารหนัก สำหรับโรคริดสีดวงทวาร ซึ่งมีส่วนผสมของยาต้านแบคทีเรีย อาทิ ยาสูตรผสม framycetin + hydrocortisone + cinchocaine + aesculin ชนิด rectal suppository
![]()
![]()
2. แก้ไขทะเบียนตำรับยา
2.1 แก้ไขฉลากและเอกสารกำกับยา โดยแก้ไขบรรจุภัณฑ์ เนื่องจากผลิตภัณฑ์มีปัญหารูปพ้องมองคล้าย ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในการใช้ยา เกิดปัญหาการแพ้ยาซ้ำ หรือมีปัญหาความไม่เหมาะสมทางวิชาการ หรือปัญหาด้านความคงตัวของยา อาทิ โปลเคนเมด – M 600S เป็นยาปฏิชีวนะที่ประกอบด้วยยา ซัลฟาเมทอกซาโซน 480 มิลลิกรัม และ ยาไตรเมโทรพริม 80 มิลลกรัม ขนาดบรรจุ 12 เม็ด ซึ่งลักษณะกล่องยามีความคล้ายกับยา เพนิซิลลิน วี ห้าแสน อาจทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดว่าเป็นตัวยาเดียวกัน มีความเสี่ยงทำให้ผู้ที่แพ้ยากลุ่มซัลฟา แพ้ยาซ้ำได้
2.2 แก้ไขข้อบ่งใช้ของยา ที่ไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ หรือไม่มีหลักฐานสนับสนุนการอ้างสรรพคุณ อาทิ ทีซี มัยซิน 500 เป็นยา เตตร้าซัยคลิน 500 มิลลิกรัม ขนาดบรรจุ 10 เม็ด โดย ฉลากระบุสรรพคุณ มดลูกอักเสบ ทางเดินปัสสาวะอักเสบ โกโนเรีย ไซนัสอักเสบและสิวอักเสบ ซึ่งไม่มีหลักฐานทางวิชาการสนับสนุน
3. การจัดประเภทตามกฎหมาย ยาที่มีส่วนประกอบของต้านแบคทีเรียทั้งหมด ต้องมีสถานะขั้นต่ำเป็นยาอันตราย โดยห้ามมียาที่เป็นยาสามัญประจำบ้าน หรือยาบรรจุเสร็จที่ยกเว้นไม่เป็นยาอันตรายหรือยาควบคุมพิเศษ หรือยาที่ไม่ได้กำหนดสถานะของยา เนื่องจากยากลุ่มนี้ต้องมีการสั่งจ่ายโดยบุคลากรสุขภาพ คือแพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร สัตวแพทย์
4. การควบคุมการโฆษณา ควรหามาตรการห้ามโฆษณาขายยาที่มีส่วนผสมของยาต้านแบคทีเรียทุกประเภท พร้อมทั้งมีมาตรการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ฝ่าฝืนการโฆษณาขายยาอย่างจริงจัง ควรมีการกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการโฆษณา ไม่ให้ใช้รายการยาที่สามารถโฆษณาโดยตรงต่อประชาชนได้ (ยาสามัญประจำบ้าน ยาที่ไม่ใช่ยาอันตรายหรือยาควบคุมพิเศษ) สื่อหรือเชื่อมโยงถึงรายการยาอันตรายหรือยาควบคุมพิเศษ เนื่องจากมีชื่อการค้าที่เหมือนกันหรือคล้ายคลึงกัน
![]()

