เปิดยุทธการ“ประชาอุ่นใจไร้ภัยพาล”รวบโกย้ง-พวก จ้างวานมือปืนยิงถล่มเสี่ยอู่รถเมืองตรัง
จากเหตุที่มีคนร้ายใช้ปืนอาก้ายิงถล่มรถกระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ สีขาว ทะเบียน กจ 6409 ตรัง ซึ่งมีนายธวัชชัย หรือช่างวัช กลับขัน อายุ 53 ปี เจ้าของอู่รถธวัชชัยการช่าง เป็นคนขับ มาพร้อมภรรยากับลูกจ้าง จนเป็นเหตุให้นายธวัชชัย เสียชีวิตส่วนผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดที่อู่รถธวัชชัยการช่าง ม.1 ต.คลองปาง อ.รัษฎา จ.ตรัง เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.2562
เมื่อวันที่ 13 มกราคม พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9 พร้อม พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.,พล.ต.ต.ศุภวัฒน์ ทับเคลียว ผบก.สส.ภ.9,พล.ต.ต.ถาวร แสงฤทธิ์ ผบก.ภจว.ตรัง, พ.ต.อ.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ รอง ผบก.ป.,พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์ ผกก.กก.สสน. บก.ป.,พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.5 บก.ป.,พ.ต.อ.วิระชาญ ขุนไชยแก้ว ผกก.6 บก.ป. สนธิกำลังหน่วยปฏิบัติการพิเศษนเรศวร261 และเจ้าหน้าที่ภูธรภาค 9 จำนวนกว่า 170 นาย เปิดยุทธการ “ประชาอุ่นใจไร้ภัยพาล”ปราบปรามกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุดังกล่าว เข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายที่คาดว่าน่าจะเป็นที่กบดานของกลุ่มผู้ต้องหา 9 จุดในพื้นที่ จ.ตรัง,นครศรีธรรมราช และพัทลุง จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 7 คน ประกอบด้วย 1. นายจิราวุธ หรือ โกย้ง ศรีวิรัตน์ อายุ 53 ปี ผู้จ้างวาน 2.นายชัชชัย หรือไก่ วงค์ใหญ่ อายุ 36 ปี คนชี้เป้า 3.นายปรานต์ วงศ์พิพันธ์ อายุ 58 ปี ผู้รับงานจัดหามือปืน 4.นายสุชาติ จิตติศักดิ์ อายุ 59 ปี ผู้รับงานจัดหามือปืน 5.นายปิยวัฒน์ จิตติศักดิ์ อายุ 32 ปี มือปืน 6.นายธนเดช เอียดปราบ อายุ 45ปี คนขับรถ และ 7.นายเอกรัฐ ศรีโรจน์ อายุ 29 ปี คนซื้อซิมโทรศัพท์ ทั้งหมดเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดตรัง พร้อมของกลาง ปืนสั้น 2 กระบอก ปืนยาว 1 กระบอก โดยมีเครื่องกระสุนจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีรถยนต์กระบะทะเบียน กล2376 นครศรีธรรมราช ที่ใช้ในวันก่อเหตุ
พล.ต.ต.จิรภพ กล่าวว่า กองปราบได้ส่งกำลังเจ้าหน้าที่ ชุดปฏิบัติการ กก.6 บก.ป. ลงพื้นที่ที่เกิดเหตุเพื่อช่วยสนับสนุนตำรวจภูธรภาค 9 และตำรวจ สภ.รัษฎา สืบหาเบาะแสคนร้าย เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์ ที่คนร้ายใช้อาวุธสงครามก่อเหตุจนมีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บสาหัส จนกระทั่งพบว่า ปมการก่อเหตุดังกล่าวมาจากเรื่องชู้สาว ที่นายธวัชชัย ผู้ตายมักจะคอยไปเป็นที่ปรึกษาให้กับภรรยาของนายจิราวุธ หรือโกย้ง เป็นเพื่อนสนิทกับผู้ตาย จนเกิดความหึงหวง ทำให้นายจิราวุธ ว่าจ้างให้นายปรานต์ และนายสุชาติ ช่วยจัดหามือปืนและทีมงานที่เหลือ กระทั่งตำรวจทราบความเคลื่อนไหวของผู้ตายว่าจะเดินทางไปเป็นประธานงานสวดศพที่วัดแห่งหนึ่ง คนชี้เป้าจึงประสานให้มือปืนทั้ง 2 คน ไปดักรอที่หน้าอู่รถเพื่อก่อเหตุดังกล่าว เมื่อทราบตัวกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุแน่ชัดจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลออกหมายจับ พร้อมแกะรอยสืบหาที่กบดานคนร้ายกลุ่มนี้เรื่อยมา จนกระทั่งนำไปสู่การเปิดปฏิบัติการครั้งนี้ และสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 7 คนได้ดังกล่าว ต่อจากนี้จะขยายผลจับกุมมือปืนอีกรายที่ยังคงหลบหนี เบื้องต้นแจ้งข้อหานายจิราวุธ ฐาน “จ้างวานฆ่า,ร่วมกันฆ่า,ร่วมกันพยายามฆ่า,ร่วมกันครอบครองอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต,พกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะ ส่วนผู้ต้องหาที่เหลืออีก6 คน ดำเนินคดีในข้อหา “ร่วมกันฆ่า,ร่วมกันพยายามฆ่า,ร่วมกันครอบครองอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต,พกพาอาวุธปืนไปมนที่สาธารณะ” ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.รัษฎา ดำเนินคดี







