เมื่อวันที่ 14 มกราคม ที่สถาบันบำราศนราดูร นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เดินทางไปเยี่ยมและให้กำลังใจผู้ป่วยหญิงชาวจีนที่รักษาตัวอยู่ในห้องแยกโรคของสถานบันบำราศฯ เพื่อรักษาอาการป่วยด้วยเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ 2019

นายอนุทิน กล่าวว่า ผู้ป่วยหญิงชาวจีน อายุ 61 ปี ที่ก่อนหน้านี้มีการป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 จากเมืองอู่ฮั่น สาธารณรัฐประชาชนจีน ที่เข้ารับการรักษาตัวอยู่ที่สถาบันบำราศฯ ขณะนี้อาการของผู้ป่วยไม่มีไข้แล้ว และอาจเตรียมตัวกลับประเทศได้เร็วๆ นี้ แต่ตามขั้นตอนทางการแพทย์ในกรณีการระบาดข้ามประเทศจะต้องมีการยืนยันผลตรวจเชื้อจากห้องปฏิบัติการ (แล็บ) มากกว่า 2 แห่ง กรณีนี้เป็นผลตรวจ จากแล็บภายในกระทรวงฯ และห้องแล็บจากคณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในการทำงานร่วมกันเพื่อยืนยันผลการตรวจเชื้อ
นายอนุทิน กล่าวว่า ในผู้ป่วย 3 ราย ก่อนที่เข้ารับการรักษา ไม่ได้มีการติดเชื้อไวรัสที่ต้องเฝ้าระวัง แต่เป็นเพียงการติดไข้ธรรมดา แต่ผู้ป่วยเดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องแยกตัวผู้ป่วยออกมาดูแลรักษา และส่วนในรายที่อาการป่วยหายแล้วและผลการตรวจจากห้องแล็บแล้วไม่พบเชื้อไวรัส แต่มีความประสงค์ที่จะอยู่ในประเทศไทยต่อทางกระทรวงฯ ก็ไม่มีปัญหาอะไร

“ก็บอกให้กำลังใจให้หายเร็วๆ อดทนอีกนิดนึงเราก็จะปล่อย เราอยากปล่อยอยู่แล้ว เพราะต้นทุนมหาศาลในการดูแลผู้ป่วยเพื่อให้เชื้อหลุดออกไป ผู้ป่วยก็คงอึดอัดเพราะเขาต้องอยู่ในห้องพิเศษ ห้องที่มีการควบคุมความดันที่ความดันในห้องมีความดันน้อยกว่านอกห้องเพื่อไม่ให้เชื้อแพร่ออกมา แต่ต้องมีการล็อก 2-3 ชั้น และญาติเข้าไปไม่ได้ เขาก็คงเกิดความเครียดเป็นธรรมดา เราก็พยามที่จะตามใจเขา อยากกินไก่เคเอฟซี เราก็จะซื้อให้ ก็เข้าใจเวลาคนป่วยแล้ว เขาไม่สามารถออกมาเดินตามทางเดินได้ เพราะต้องอยู่ในห้องตลอดเวลา” นายอนุทิน กล่าว
ด้าน นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ป่วยชาวจีนที่เข้ารับการรักษาที่สถาบันบําราศฯ อาการดีขึ้น ไม่มีไข้ แต่เนื่องจากยังมีการตรวจพบสารพันธุกรรมของไวรัสโคโรนาในสิ่งส่งตรวจ จึงยังไม่สามารถปล่อยตัวให้กลับบ้านได้ เพราะขณะนี้ยังมีข้อจำกัดเรื่องข้อมูลของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ จึงไม่อาจปล่อยให้เกิดความเสี่ยงที่จะไปแพร่เชื้อต่อประชาชนในพื้นที่สาธารณะได้ เราต้องดำเนินมาตรการควบคุมป้องกันโรคสูงสุดเทียบเท่าการติดเชื้อเมอร์ส อย่างไรก็ตาม คาดว่าผู้ป่วยน่าจะสามารถออกจากห้องแยกโรคได้ในวันนี้ ทั้งนี้ สารพันธุกรรมหากจะให้เปรียบเทียบก็เหมือนกับมนุษย์เมื่อเสียชีวิตแล้ว ยังสามารถตรวจหาดีเอ็นเอได้ ดังนั้น เชื้อโคโรนาก็เหมือนกัน แม้เชื้อตายแล้ว แต่เรายังสามารถตรวจหาสารพันธุกรรมได้ อย่างไรก็ตาม ณ เวลานี้เราได้เก็บตัวอย่างเชื้อ เพื่อหาข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้องต่อไป
นพ.อภิชาต วชิรพันธ์ ผู้อำนวยการสถาบันบำราศนราดูร กล่าวว่า ขณะนี้สถาบันฯ ยังได้รับตัวชาวจีน 3 รายเข้ามารับการดูแลในห้องแยกโรคเพื่อเฝ้าระวังการติดเชื้อไวรัสโคโรนาด้วย เนื่องจากตรวจพบว่ามีไข้ รายแรกเป็นเด็กอายุ 6 ขวบ เข้ามารับการดูแลที่สถาบันบำราศฯ เมื่อวันที่ 12 มกราคม ส่วนอีก 2 ราย เป็นเด็กอายุ 5 ขวบ และผู้สูงอายุ อายุ 75 ปี เข้ามารับการดูแลเมื่อวันที่ 13 มกราคม ขณะนี้ ได้เก็บตัวอย่างสิ่งส่งตรวจไปตรวจทางห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ ของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ คาดว่าจะทราบผลการตรวจเร็วๆ นี้

