สธ.แนะวิธีถนอมอาหารสกัดปนเปื้อน “อะฟลาทอกซิน” ตัวก่อมะเร็งตับชนิดร้ายแรง

26.06.16 | 16:15 น.

เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ว่า สธ.ได้เฝ้าระวังความปลอดภัยด้านอาหารและให้ความรู้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้อาหารปลอดภัยจากสารอันตรายปนเปื้อน อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยมีสภาพอากาศที่ร้อนชื้น อาจทำให้อาหารและวัตถุดิบหลายชนิดขึ้นรา ซึ่งได้แก่ เชื้อราแอสเพอร์จิลัส ฟลาวัส และแอสเพอร์จิลัส พาราซิติคัส ที่มีสีเขียวหรือสีเขียวแกมเหลือง จะสร้างสารอะฟลาทอกซิน ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งในตับชนิดร้ายแรงตามประกาศองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) และองค์การอนามัยโลกกำหนดให้ควบคุมระดับการปนเปื้อนในอาหารเมื่อปี 2540 สธ.ได้ออกประกาศกำหนดให้สารนี้ปนเปื้อนอาหารได้ไม่เกิน 20 ไมโครกรัมต่อกิโลกรัม

นพ.โสภณ กล่าวอีกว่า สารอะฟลาทอกซินพบได้ในอาหารและผลิตผลทางการเกษตร เช่น อาหารจำพวกแป้ง และผลิตภัณฑ์จากแป้ง ข้าว ข้าวโพด ถั่วลิสง กระเทียม พริกแห้ง พริกป่น กุ้งแห้ง สมุนไพร เป็นต้น ที่อันตรายคือ สารพิษชนิดนี้ทนความร้อนได้ถึง 260 องศาเซลเซียส ทำให้การปรุงอาหารไม่สามารถทำลายพิษได้ วิธีป้องกันคือ นำถั่วลิสงหรืออาหารแห้งไปตากแดดก่อนเก็บรักษาหรือลดความชื้นด้วยการอบแห้ง เพราะจะทำให้เชื้อราไม่สามารถเจริญเติบโตได้ ส่งผลให้อัลฟลาทอกซินที่ถูกสร้างจากเชื้อราลดลงด้วย

“การใช้เขียงเตรียมปรุงอาหาร ควรแยกใช้เขียงสำหรับเนื้อสัตว์สด ผักสด และอาหารปรุงสุก ไม่นำเขียงหั่นอาหารสดมาใช้หั่นอาหารสุก และต้องทำความสะอาดเขียงทุกครั้งหลังใช้ โดยกวาดเศษอาหารออกจากหน้าเขียงให้หมด แล้วใช้น้ำยาล้างจานล้างคราบไขมันที่เกาะออกและล้างน้ำหลายๆ ครั้ง ผึ่งแดดให้แห้ง ส่วนเขียงที่ใช้หั่นเนื้อสัตว์สดควรขูดเศษเนื้อสัตว์และไขมันออกจากหน้าเขียง ใช้น้ำร้อนราดให้ทั่วเขียงเพื่อขจัดคราบไขมัน หรือใช้น้ำสะอาดผสมน้ำยาล้างจานและถูด้วยแปรงจนสะอาด ล้างน้ำซ้ำ ผึ่งแดดให้แห้ง ควรเก็บเขียงไว้ในที่สะอาด อากาศโปร่ง และผึ่งแดดสม่ำเสมอ” นพ.โสภณ กล่าว