แพทย์ชี้ ‘ผอ.ปล้นทอง’ มีอาการทางจิตหรือไม่ต้องตรวจ ลั่นพร้อมให้ความร่วมมือ ตร.หากร้องขอมา

22.01.20 | 18:31 น.

จากกรณีที่มีการจับกุมตัวผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีปล้นชิงทองที่ จ.ลพบุรี โดยล่าสุดผู้ต้องหาให้ปากคำว่า ที่ต้องลงมือกระทำความผิดนั้นเป็นเพราะมีความเครียดและอยากตาย แต่ที่ไม่ฆ่าตัวตายเพราะว่าอยากเป็นข่าว ซึ่งเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์อย่างมากว่าผู้ต้องหารายนี้มีความผิดปกติทางจิตหรือไม่

เมื่อวันที่ 22 มกราคม นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ในขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของการดำเนินคดีของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งในตามกฏหมายคดีอาญามาตราที่ 14 ระบุว่า หากเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือศาลมีเหตุควรเชื่อว่าผู้ต้องหามีความวิกลจริต ก็จะสามารถทำการส่งตรวจความผิดปกติทางจิตได้ ซึ่งการป่วยทางจิตก็อาจจะพบได้ในผู้กระทำความผิดบางรายแต่จะเป็นเหตุให้กระทำความผิดหรือไม่นั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเป็นผู้พิจารณาในการส่งตรวจได้ ซึ่งกรมสุขภาพจิตยินดีที่จะทำการตรวจสอบในเชิงลึกและพร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ผู้สื่อข่าวถามว่าในกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนสื่อออนไลน์นั้น กรณีนี้เกี่ยวข้องกับภาวะของโรคซึมเศร้าหรือไม่ นพ.เกียรติภูมิกล่าวว่า โดยปกติแล้วผู้ป่วยโรคซึมเศร้าเมื่อมีอาการป่วยแล้วจะพบว่าผลที่ตามมาคือความรู้สึกอยากฆ่าตัวตาย แต่ไม่ปรากฏในกรณีที่ผู้ป่วยโรคนี้ทำร้ายผู้อื่นเพื่อให้ผู้อื่นมาทำร้ายหรือฆ่าตนเองให้ตาย

“หากจะให้ทราบว่ามีปัญหาทางจิตหรือไม่จะต้องผ่านการตรวจที่มีกระบวนการ แพทย์จะต้องตรวจสภาพจิต การทดสอบทางจิตวิทยา การสังเกตอาการ เพื่อให้เห็นว่าการพูดหรือการแสดงออกเป็นไปตามหลักการและเหตุผลต่างๆ อย่างไร” นพ.เกียรติภูมิกล่าว