ระนองสั่งเบรก ‘อาจารย์ชา’ อดีตพระดังประกาศ ‘ศาสนาใหม่’ ตั้งตนเป็นศาสดา-สร้างศูนย์ ‘พุทธะธรรมชาติ’

คณะสงฆ์ระนองร่วมทหารฝ่ายปกครองลงพื้นที่สั่งเบรกโครงการศูนย์รวมศาสนาพุทธะธรรมชาติ โดยอดีตพระข่าวฉาวเลือดออกเป็นพระธาตุ “พระอาจารย์ชา” อ้างขัดต่อกฎหมายและอาจสร้างความวุ่นวายในสังคม รวมถึงเตรียมประกาศศาสนาใหม่และตั้งตนเป็นศาสดา

วันนี้ (27 มิถุนายน) เวลา 17.30 น. ที่วัดวารีบรรพต (วัดบางนอน) ต.บางนอน อ.เมือง จ.ระนอง พระครูสุนทรปริยัติคุณ (บุญเยี่ยม) เจ้าอาวาสวัดบางนอน ในฐานะเจ้าคณะอำเภอกะเปอร์ ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวถึงกรณีที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลการร้องเรียนพระฉาวเตรียมประกาศศาสนาใหม่และตั้งตนเป็นศาสดา รวมถึงประกาศระดมทุนเพื่อก่อสร้างศูนย์รวมศาสนา

พระครูสุนทรปริยัติคุณ กล่าวว่า ตนเองในฐานะเจ้าคณะอำเภอกะเปอร์ ซึ่งรับผิดชอบดูแลคณะสงฆ์ในพื้นที่อำเภอกะเปอร์ และอำเภอสุขสำราญ ได้รับเรื่องร้องเรียนว่ามีพระทำตัวไม่เหมาะสมเตรียมประกาศศาสนาใหม่ชื่อ พุทธะธรรมชาติ และตั้งตนเป็นศาสดา รวมถึงมีการระดมเงินเพื่อเตรียมสร้างศูนย์รวมศาสนาในพื้นที่ตำบลกำพวน อ.สุขสำราญ จ.ระนอง จึงได้ลงพื้นที่พร้อมด้วยทหารจากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 ส่วนแยก 1 ทหารจากหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 25 กองกำลังเทพสตรี และผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดระนอง โดยได้ประสานงานไปยังนายสมกิจ เกศนาคินทร์ นายอำเภอสุขสำราญ เพื่อเชิญตัวพระที่ถูกกล่าวหาไปพูดคุยที่ว่าการอำเภอสุขสำราญ

พระครูสุนทรปริยัติคุณ กล่าวต่อว่า เมื่อไปถึงก็พบว่าพระรูปดังกล่าวได้สึกมาเป็นชาวบ้านธรรมดาแล้ว ซึ่งเดิมชื่อนายศุภกิจ เงินทอง เคยเป็นพระมีฉายาว่า พระศุภกิจ มหิทธโก บวชมาแล้ว 3 พรรษา สังกัดวัดสีตลากร อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช โดยในปีที่แล้วเคยมีข่าวถูกขับมาจากจังหวัดนครศรีธรรมราช และได้มาอยู่ในเขตพื้นที่อำเภอสุขสำราญ จ.ระนอง พร้อมด้วยสามเณร ภิกษุณี และแม่ชี ซึ่งตนได้เคยเข้ามาพูดคุยในเรื่องของการประพฤติตนให้เหมาะสม จากการตรวจสอบหนังสือสุทธิพบว่าได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็น พระอนัตต์ณังธะโคตร ญาณธนโชติ เมื่อวันที่ 18 พ.ค. 58

โดยต่อมาจึงทราบว่าได้มีการสึกไปหมดแล้วทั้งภิกษุ ภิกษุณี เณร และแม่ชี เมื่อปลายปีที่ผ่านมา โดยตรวจสอบบัตรประชาชนพบว่ามีการเปลี่ยนทั้งชื่อและนามสกุลเป็น นายอนัตต์ณังธะโคตร ญาณ์ธนโชติ โดยระบุศาสนาในบัตรประชาชนเป็น พุทธะธรรมชาติ และได้มีการตั้งเพจในเฟซบุ๊กใช้ชื่อว่า “ศูนย์รวมศาสนา พุทธะธรรมชาติ” ได้มีการลงประกาศตั้งศาสนาใหม่ชื่อ พุทธะธรรมชาติศาสนา พร้อมกำหนดประกาศตนเป็นพระศาสดาและจะแสดงปฐมเทศนาธรรม ในวันที่ 10 ก.ค. 59 ที่ศูนย์รวมศาสนาพุทธะธรรมชาติ อีกทั้งยังได้ประกาศระดมทุนหรือร่วมทำบุญเพื่อซื้อที่ดินก่อสร้างสถานที่ปฏิบัติธรรม และศูนย์รวมศาสนา ที่รวมเอาศาสนสถานของทุกศาสนามาไว้ในบริเวณเดียวกัน

พระครูสุนทรปริยัติคุณ กล่าวต่อว่า การกระทำดังกล่าวนับว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องทั้งทางกฎหมาย และทางศาสนา เพราะการจะสร้างศูนย์รวมศาสนาแบบนั้นจะต้องมีองค์กรรองรับทั้งองค์กรสงฆ์และฝ่ายบ้านเมือง ที่ผ่านมาไม่มีองค์กรใดรองรับและมีการประกาศให้คนมาร่วมทำบุญจึงหมิ่นเหม่ต่อการหลอกลวง ถ้าประชาชนยังเห็นอยู่ก็อย่าได้ให้การสนับสนุน ซึ่งในความเป็นจริงแล้วยากมากที่จะตั้งขึ้นมาได้ เพราะต้องผ่านการเห็นชอบจากศาสนิกชนทุกศาสนากันก่อน อีกทั้งการประกอบพิธีกรรมต่างๆ จะมีเสียงรบกวนกันอยู่ในบริเวณเดียวกัน รวมถึงเรื่องของการประกาศตั้งศาสนา หรือลัทธิใดๆ ขึ้นมานั้นในความจริงแล้วทำได้ แต่ต้องมีองค์ประกอบที่ครบถ้วนคือ ต้องมีรูปแบบการแต่งตัวเป็นของตัวเอง มีผู้เผยแผ่หรือศาสดาเป็นของตัวเองจริง มีพิธีกรรมเป็นของตนเองที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าไม่ได้เลียนแบบใคร ซึ่งหากมีการปฏิบัติและแสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนแล้ว ก็ต้องมีการเดินเรื่องเพื่อขออนุญาตจัดตั้งศาสนาหรือลัทธิต่อผู้มีหน้าที่ หากยังไม่ได้รับการอนุญาตก็ไม่สามารถจัดตั้งได้ ซึ่งในความเป็นจริงเท่าที่เห็นและตรวจสอบยังไม่มีองค์ประกอบครบถ้วนและดูแล้วยังมีความสับสนในตนเอง เพราะในสถานที่นั้นมีการเลี้ยงม้า สร้างศิวลึงค์ พระอิศวร บูชาฤาษี แต่บอกว่าตนเองเป็นพุทธะ ซึ่งดูบ่งบอกว่ามั่วและยังไม่เข้าใจรูปแบบของศาสนา แต่อยากจะทำและไม่มีหลัก

พระครูสุนทรปริยัติคุณ (บุญเยี่ยม) เจ้าอาวาสวัดบางนอน ในฐานะเจ้าคณะอำเภอกะเปอร์ พร้อมเจ้าหน้าที่กำลังสอบปากคำอดีตพระอาจารย์ชา (เสื้อเชิ้ตแขนยาว)
พระครูสุนทรปริยัติคุณ (บุญเยี่ยม) เจ้าอาวาสวัดบางนอน ในฐานะเจ้าคณะอำเภอกะเปอร์ พร้อมเจ้าหน้าที่กำลังสอบปากคำอดีตพระอาจารย์ชา (เสื้อเชิ้ตแขนยาว)

“อภินิหารต่างๆ นั้นเราก็ไม่ได้ปฏิเสธว่ามันไม่มี ซึ่งมันก็เคยมี แต่คนหรือพระที่มีอภินิหารต่าง ๆ นั้นมักจะไม่เปิดเผยหรือโฆษณาตนเอง ส่วนพวกที่โฆษณาหรือประกาศตัวเองนั้นส่วนใหญ่แล้วจะมุ่งหวังทางการค้า หรือเอาอภินิหารมาตบตากับผู้ที่ลุ่มหลงศรัทธา เพื่อจะได้ซื้อสิ่งของที่ตัวเองชอบมาบูชา แล้วจะมีเงินเข้าไปทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ จึงอยากเตือนพุทธศาสนิกชนทั้งหลายให้ถึงระวัง ในเรื่องของศรัทธานั้นเป็นสิ่งที่ดี แต่ต้องมีปัญญา มีเหตุมีผลรองรับ อย่าเชื่อเพียงเพราะเห็นคนนั้นคนนี้แต่งตัวน่าเชื่อถือ ยืน เดิน นั่ง แล้วดูเข้าท่า แต่ตอนหลังก็ไปถูกหลอกลวง ทำให้ญาติโยมเกิดความเสื่อมศรัทธาในพระสงฆ์องค์เจ้า ซึ่งต้องพึงระวัง เพราะยุคสมัยนี้ตบตาหลอกลวงกันได้ง่าย ๆ เปรียบเหมือนมิจฉาชีพหลอกลวง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคราบของพระที่ทำให้หลอกลวงได้ง่ายขึ้น” พระครูสุนทรปริยัติคุณ กล่าวทิ้งท้าย

โดยในภายหลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้นำตัวนายอนัตต์ณังธะโคตร ญาณ์ธนโชติ ไปทำบัตรประชาชนใหม่ และได้ตัดศาสนาออกจากบัตรประชาชน และได้ย้ำมิให้ดำเนินการใด ๆ ในพื้นที่อีก หากยังพบเห็นจะดำเนินการโดยเฉียบขาดทันที

ศาสนาใหม่ 04

สำหรับพระอนัตต์ณังธะโคตร ญาณธนโชติ เดิมชื่อ พระศุภกิจ มหิทธโก โดยเรียกตัวเองว่า “พระอาจารย์ชา” เคยมีข่าวฉาวหลายเรื่องในการแอบอ้างว่ามีอภินิหาร เช่น เหงื่อหรือเลือดไหลออกมาเป็นพระธาตุ นอนฝันว่ามีเทวดามาโปรยดอกไม้แล้วกลายเป็นธนบัตร รวมถึงถูกขับไล่ออกจากจังหวัดนครศรีธรรมราช เนื่องจากไปใช้สถานที่เก็บร่างของอดีตเจ้าอาวาสเป็นที่เก็บฟางเลี้ยงม้าของตนเอง ไปจำวัดอยู่พื้นที่จังหวัดพังงาก็ถูกชาวบ้านต่อต้าน จนกระทั่งมาอยู่ในพื้นที่จังหวัดระนองในปัจจุบัน และจากการตรวจสอบล่าสุดพบว่าเพจเฟซบุ๊ก “ศูนย์รวมศาสนา พุทธะธรรมชาติ” ที่ได้มีการเผยแพร่กิจกรรม รวมถึงลงภาพอภินิหารในอดีตที่ผ่านมาได้ปิดไปแล้วด้วย

ศาสนาใหม่03

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ควบจักรยานยนต์ไล่ยิงหญิง 2 รายสาหัส ตำรวจสะบ้าย้อยเร่งสอบ เรื่องส่วนตัวหรือสร้างสถานการณ์
บทความถัดไปน้ำมันดิบลดเหลือ 46.33 ดอลลาร์/บาร์เรล ทองคำบวกกว่า 2 เหรียญ