เมื่อวันที่ 24 มกราคม ที่กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป.พร้อม พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.5 บก.ป.,พ.ต.ท.สุพจน์ พุ่มแหยม รอง ผกก.5 บก.ป.,พ.ต.ต.เกริก เสนาะสำเนียง สว.กก.5 บก.ป.ร่วมแถลงผลการจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาอ้างตัวเป็นข้าราชการระดับสูง หลอกเหยื่อโดยอ้างว่าสามารถช่วยเหลือทางคดีและให้โอนเงินจนเกิดความเสียหายกว่า 239 ล้านบาท ประกอบด้วย นายอภิชาต อินสว่าง,นายทรรศพล ทัศน์พลสกุล,นายปกรณ์ กรุงศรี นางพัชราภรณ์ ไตรจักรปราณี และ น.ส.ภัทราภรณ์ หมั่นกิจ ตามหมายจับศาลอาญาที่ 83-86/2563 ลงวันที่ 22 ม.ค.2563 ในข้อหา “ร่วมกันปลอมและใช้เอกสารปลอม,ร่วมกันเอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่นฯ,ร่วมกันแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จในเอกสารมหาชนหรือเอกสารราชการสำหรับใช้เป็นหลักฐานฯ,ร่วมกันปลอมและใช้ตั๋วเงินปลอม,ฉ้อโกง และร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น” โดยจับกุมได้ในพื้นที่กรุงเทพฯ และ จ.นนทบุรี
พ.ต.อ.เอนก กล่าวว่า ตำรวจกองกำกับการ 5 บก.ป.ได้รับแจ้งจากผู้เสียหายเป็นอดีตวิศวกรวัย 79 ปี ว่าได้รู้จักกับกลุ่มนายอภิชาต ผู้ต้องหา มาจากกลุ่มผู้ทำธุรกิจซื้อขายที่ดิน เมื่อปี 2555 โดยผู้ต้องหาอ้างว่าตัวเองมีคดีความอยู่ศาลอาญา ทำให้ถูกอายัดเงินไปกว่า 20 ล้านบาท และมาขอยืมเงินจากผู้เสียหาย 15 ล้านบาท เพื่อนำไปถอนเงินที่ถูกอายัด แล้วจะคืนเงิน 20 ล้านบาทให้ผู้เสียหายทั้งหมด พร้อมทำสัญญากู้ยืมเป็นหลักฐานตั้งแต่ปี 2555-2558 แล้วผู้เสียหายได้นำเช็กไปขึ้นเงินกับธนาคาร แต่กลับกลายเป็นเช็กเด้ง เมื่อทวงถามเงินจากนายอภิชาต ก็อ้างว่าถูกสำนักงานป้องกันปราบปรามการฟอกเงินอายัดต่อจากธนาคาร จึงไม่สามารถถอนเงินได้ แล้วนายอภิชาต ยังอ้างว่าตนเองสนิทกับพ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการ ป.ป.ง.ก่อนจะใช้เบอร์โทรศัพท์ที่ไม่แสดงหมายเลข โทรเข้ามาหาเหยื่อโดยแอบอ้างตัวเป็น พ.ต.อ.สีหนาท รับว่าจะดำเนินการช่วยเหลือให้ แต่ต้องการเงินไปวิ่งเต้นตำแหน่ง จึงหลอกเอาเงินเหยื่อมาอีกร่วม 100 ล้านบาท
พ.ต.อ.เอนก กล่าวต่อมา นายอภิชาต ยังอ้างตัวเป็น พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่ง มทบ.ภ.1 และเป็นประธานคณะกรรมการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล โทรศัพท์เข้ามาสร้างความสนิทสนมกับเหยื่อโดยอ้างว่าทราบเรื่องมาจากนายอภิชาต ที่เป็นลูกน้องตนเอง จึงมาขอขอบคุณที่ช่วยเหลือ พ.ต.อ.สีหนาท จากนั้นก็ขอยืมเงิน 100 ล้านบาท เพื่อไปซื้อของขวัญให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี แล้วจะฝากนายอภิชาติ มาคืน โดยตนจะให้โควต้าสลากกินแบ่งรัฐบาลตลอด 4 ปี ซึ่งจะมีกำไรสูงถึง 1 พันล้านบาทตอบแทน แต่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมการซื้อสลากผ่านนายอภิชาต ผู้เสียหายจึงหลงเชื่อ ก่อนจะได้รับหนังสือสำนักงานสลากปลอมมาหลายฉบับ

พ.ต.อ.เอนก กล่าวอีกว่า ต่อมาผู้เสียหายไปปรึกษากับนายอภิชาต หลังได้รับหนังสือไถ่ถอนจำนองที่ดินแปลง ใน จ.ปทุมธานี นายอภิชาติ จึงให้ผู้ร่วมขบวนการปลอมตัวเป็นผู้ขอเช่าโฉนดจากผู้เสียหาย โดยอ้างจะนำไปใช้ในการประกันตัวในคดีความ และจะขอเช่าในราคาแปลงละ 30,000 บาท ผู้เสียหายจึงมอบโฉนดกว่า 10 ฉบับไปโดยได้ลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจที่ไม่ได้กรอกจุดประสงค์การใช้ จากนั้น นายอภิชาต ก็หลอกให้ผู้เสียหายเปิดบัญชีธนาคารพร้อมซื้อเช็ก เปล่า โดยอ้างว่านำมาใช้สำหรับถอนสลาก โดยกลุ่มของนายอภิชาต ก็ปลอมหนังสือมอบอำนาจที่ผู้เสียหายลงลายมือชื่อแล้วนำที่ดินไปขาย และนำที่ดินที่ผู้เสียหายรับจำนอง ไปปลอมใบมอบอำนาจและใช้เช็กเปล่าที่ลงชื่อไว้ไปเบิกเงินออกไป อีกทั้งยังปลอมเป็นบุคคลอื่นมาลวงผู้เสียหายให้โอนที่ดินไปให้บุคคลที่สาม ที่ผู้ต้องหาปลอมขึ้นมาหลอกเป็นผู้ขอซื้อที่ดิน
พ.ต.อ.เอนก กล่าวอีกว่า จากการสอบสวน นายอภิชาต,นายทรรศพล และนางพัชราภรณ์ ยังคงให้การปฏิเสธ ส่วน นายปกรณ์ และ น.ส.ภัทราภรณ์ ให้การภาคเสธ อ้างว่านำเช็คของผู้เสียหายไปถอนเงิน แต่ไม่ได้มีส่วนร่วมในการหลอกลวง ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ป. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

