วันที่ 24 มกราคม นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับมาตรการรับมือโรคปอดอักเสบจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ว่า สธ.ยังคงเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แม้องค์การอนามัยโลกจะยังไม่ประกาศให้โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ เป็นภาวะฉุกเฉินทางด้านสาธารณสุขที่มีผลกระทบระหว่างประเทศ (PHEIC) แต่ยังคงมาตรการเฝ้าระวังเข้มข้นสูงสุดเช่นเดิม โดยมีการประสานไปยังสายการบิน รวมทั้งตำรวจตรวจคนเข้าเมืองที่ด่านต่างๆ หากพบเห็นผู้มีอาการน่าสงสัยให้แจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทันที และกำชับให้ทุกโรงพยาบาลเฝ้าระวังคัดกรองผู้ป่วยที่มาจากเมืองที่มีการระบาดสถานการณ์ผู้ป่วยในประเทศไทย ล่าสุดวันนี้ผู้ป่วยหญิงไทยอายุ 73 ปี รักษาตัวที่โรงพยาบาล (รพ.) นครปฐม ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการเป็นลบติดต่อกัน 2 วัน แพทย์อนุญาตให้กลับบ้านแล้ว ดังนั้น ประชาชนอย่าตื่นตระหนก เพราะยังไม่พบการระบาดจากคนสู่คนในประเทศไทย
นพ.สุขุม กล่าวต่อไปว่า ในช่วงเทศกาลตรุษจีน ได้เพิ่มความเข้มรับมือโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ โดยเน้นการเฝ้าระวังป้องกัน 3 พื้นที่เป้าหมาย เริ่มจากมาตรการคัดกรองที่สนามบินนานาชาติ ปัจจุบันคัดกรองผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงใน 5 ท่าอากาศยาน ได้แก่ สุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ ภูเก็ต กระบี่ และเพิ่มเติมเที่ยวบินที่มาจากเมืองที่มีรายงานการระบาดนอกจากเมืองอู่ฮั่น รวม 136 เที่ยวบิน ผู้เดินทาง 21,374 ราย ผู้โดยสารทุกคนต้องผ่านการคัดกรองด้วยเครื่องตรวจอุณหภูมิอัตโนมัติ หากมีไข้สูง 38 องศาเซลเซียส จะแยกผู้โดยสาร ให้สวมหน้ากากอนามัย และวัดอุณหภูมิซ้ำหากพบว่ามีไข้ มีอาการทางเดินหายใจจะส่งรถพยาบาลมารับไปตรวจรักษาในโรงพยาบาลที่มีห้องแยกโรคมาตรฐาน ดูแลรักษาจนมั่นใจว่าปลอดเชื้อจึงส่งกลับประเทศ ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวชาวจีนทุกคนจะได้รับการ์ดแนะนำการปฏิบัติตัว (Health Beware Card) กรณีเจ็บป่วยขอให้เข้ามารับการรักษาในโรงพยาบาล ได้ขอความร่วมมือไปยังบริษัททัวร์ต่างๆ หัวหน้าทัวร์ และไกด์ ช่วยเฝ้าระวัง หากพบว่าเจ็บป่วยต้องแจ้งตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โรคติดต่อ พ.ศ.2558 และจะมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเข้าไปช่วยดูแล
“ส่วนมาตรการที่โรงพยาบาลคัดกรองผู้ป่วยที่มีประวัติเสี่ยง กรณีนักท่องเที่ยวหรือผู้ที่เดินทางกลับมาจากพื้นที่เสี่ยงแล้วเกิดอาการเจ็บป่วยภายหลัง มาเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล จะซักประวัติ ตรวจหาเชื้อทางห้องปฏิบัติการ หากพบเชื้อไวรัสจะรักษาในห้องแยกโรคของโรงพยาบาล ดูแลรักษาจนหายและส่งกลับประเทศ ซึ่งขณะนี้ประสานให้โรงพยาบาลทั้งรัฐและเอกชน เตรียมความพร้อมของระบบและห้องแยกโรค รวมทั้งมาตรการในชุมชน ติดตามผู้สัมผัสกับผู้ป่วยหรือผู้ป่วยสงสัยทุกคน ได้ประสานอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) สมาคมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ผู้ประกอบการโรงแรมให้ช่วยสังเกตตรวจตรา หากพบผู้ป่วยให้เข้ารับการรักษาหรือแจ้งให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) โดยได้ให้กรมควบคุมโรค ร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จัดประชุมชี้แจงสร้างความเข้าใจกับผู้ประกอบการบริษัททัวร์ ในวันที่ 27 มกราคมนี้ ที่โรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ” นพ.สุขุม กล่าว

