เตือนภัยใช้ “ยากล่อมประสาท-ยานอนหลับ” นาน เสี่ยงเสพติดได้

27.01.20 | 15:49 น.

เมื่อวันที่ 27 มกราคม นพ.มานัส โพธาภรณ์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ยากล่อมประสาท หรือ ยานอนหลับ เป็นกลุ่มยาที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้คลายความกังวล ระงับประสาท หลับ คลายกล้ามเนื้อ ยับยั้งอาการชัก ผลข้างเคียงของการใช้ยาทำให้เซื่องซึม สับสน อ่อนเพลีย พูดไม่ชัด เดินโซเซ เคลื่อนไหวช้า ซึ่งฤทธิ์ของยากล่อมประสาทถ้าใช้ในปริมาณน้อยจะคลายเครียด ทำให้อารมณ์ดี แต่ถ้าใช้ในปริมาณสูงจะทำให้หลับหรือถ้าไม่หลับจะมีอาการคลายเมาสุรา พูดจาอ้อแอ้ หยิบจับของไม่ถนัด หากใช้เป็นระยะเวลานานจะเกิดอาการดื้อยาและติดยาได้ เมื่อหยุดใช้ยา จะมีอาการขาดยา อย่างรุนแรงจะทำให้ชัก หากใช้ร่วมกับแอลกอฮอล์ จะเสริมฤทธิ์ในการกดการหายใจทำให้เสียชีวิตได้ ทั้งนี้ พบว่ามีบางกลุ่มนำไปใช้ในทางที่ผิด เพื่อให้เกิดอาการมึนเมา ใช้แทนยาเสพติดบางชนิด หรือใช้ไม่ตรงตามข้อบ่งใช้ทางการแพทย์ ทำให้เกิดอันตราย การใช้ยาเหล่านี้ จึงต้องใช้เมื่อจำเป็นและอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น

ด้าน นพ.สรายุทธ์ บุญชัยพานิชวัฒน ผู้อำนวยการสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) กล่าวว่า เมื่อมีอาการนอนไม่หลับการรับประทานยานอนหลับ เป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ถูกต้อง แม้ยานอนหลับจะทำให้ง่วงและหลับ แต่ขณะเดียวกัน จะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงหน้าที่ของสมองส่วนอื่นๆ เช่น มีสติลดลง เปลี่ยนแปลงอารมณ์ เคลื่อนไหวผิดปกติ ยิ่งไปกว่านั้น ยังอาจทำให้เกิดการดื้อยาและติดยาได้ในที่สุด ควรปรับเปลี่ยนการดำเนินชีวิตประจำวันเพื่อแก้ปัญหานอนไม่หลับ ด้วยการออกกำลังกาย
ทำสมาธิ ปรับเปลี่ยนวิธีการคิด มองโลกในแง่บวก เข้านอนให้เป็นเวลา หลีกเลี่ยงการนอนระยะสั้นๆ ในเวลากลางวัน ไม่ควรดื่มชากาแฟ หรือรับประทานอาหารก่อนนอน

ทั้งนี้ หากประสบปัญหาเกี่ยวกับยาและสารเสพติด สามารถขอรับคำปรึกษาได้ที่ สายด่วนยาเสพติด 1165 หรือที่สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี กรมการแพทย์ จ.ปทุมธานี และโรงพยาบาล (รพ.) ธัญญารักษ์ ในส่วนภูมิภาคทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ขอนแก่น อุดรธานี สงขลา และปัตตานี สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.pmindat.go.th