ตามที่พบวัตถุคล้ายหินประหลาดร่วงจากฟ้า ทะลุใส่หลังคาบ้านจนหลังคาทะลุ ที่บ้านเลขที่ 155 หมู่ 3 ต.พลายชุมพล อ.เมือง จ.พิษณุโลก เมื่อช่วงเช้าวันที่ 27 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งได้สร้างความแตกตื่นแก่เจ้าของบ้านและประชาชนผู้พบเห็น โดยก้อนหินดังกล่าวมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 5 ซม. หนักประมาณ 300 กรัม โดยภายนอกของก้อนหินมีลักษณะเป็นสีดำ ด้านในของก้อนหินมีลักษณะคล้ายปูน สีขาวขุ่น ส่องแสงระยิบระยับเวลามีแสงไฟกระทบ
นางบัวล้อม ชโลมไพร เจ้าของบ้านกล่าวว่า ขณะนั้นกำลังนั่งทานข้าวเช้าเพียงลำพังบนบ้าน จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงดังปัง คล้ายเสียงปืนและเศษกระเบื้อง และกรอบรูปหลวงปู่แหวนที่แขวนไว้บริเวณข้างฝาผนังหน้าห้องนอนก็ร่วงลงมาแตกกระจาย ช่วงนั้นตกใจคิดว่าใครยิงปืนใส่หลังคาบ้าน แต่พอเดินไปดูก็ไม่พบปลอกกระสุนปืน แต่กลับพบก้อนหินขนาดเท่าไข่ไก่ มีร่องรอยแตกเป็นชิ้นกระจายอยู่ใกล้เคียง ตนก็เอื้อมมือไปหยิบ จะดูว่าเป็นก้อนอะไร แต่ก็ต้องตกใจเมื่อก้อนหินดังกล่าวนั้นร้อนมากจึงรีบปล่อยมือ รอจนพักใหญ่หินจึงคลายความร้อนลงจึงเก็บมาใส่พานไว้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสอบถามลูกสาวเพิ่มเติม ให้ข้อมูลว่าได้เข้าไปสืบค้นในสังคมออนไลน์ พบว่ามีหลายพื้นที่ประสบเหตุเช่นเดียวกัน คือ อ.นครไทย อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก เกิดปรากฏการณ์เสียงดังคล้ายระเบิดขนาดใหญ่ มีการสั่นสะเทือนไปหลายพื้นที่ จึงเชื่อว่าก้อนที่ตกใส่หลังคาบ้านตนอาจจะเป็นชิ้นส่วนของอุกกาบาต หรืออะไรสักอย่างที่ร่วงมาพร้อมๆ กับในพื้นที่อื่น และเชื่อว่าจะนำแต่โชคลาภ และความโชคดีมาให้ตนและครอบครัว
ล่าสุดเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน นายศราวุฒิ เถื่อนถ้ำ หัวหน้าภาควิชาฟิสิกส์ มหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวว่า จากการทดลองนำแม่เหล็กมาตรวจสอบชิ้นส่วนวัตถุดังกล่าวเบื้องต้น พบว่าเกิดแรงสตรองสูงแม่เหล็กและเศษวัตถุดังกล่าวมีแรงดึงดูดติดกันอย่างชัดเจน จึงมั่นใจได้ว่ามีส่วนประกอบของแร่เพอร์ไลต์ (Perlite) ตระกูลเดียวกับพวกเหล็ก ผสมกับซิลิกา จึงทำให้สังเกตเห็นได้เมื่อกระทบแสงไฟว่ามีแสงประกายระยิบระยับ และจากการตรวจสอบเบื้องต้นจากภายนอกพบว่าวัตถุดังกล่าวมีรอยไหม้ เป็นแรงเยอร์อย่างชัดเจนจึงยิ่งส่งผลให้โอกาสที่วัตถุดังกล่าวที่พบ มีโอกาสเป็นไปได้สูงที่จะเป็นชิ้นส่วนของขยะอวกาศ หรือที่เรียกกันว่าอุกกาบาต หรือ เศษฝุ่นของดาว เศษซากของดาว หรือละอองดาว ที่เรียกว่า (สตาร์ดิส) ที่แตกและพุ่งตกลงมาจนผ่านชั้นบรรยากาศของโลกที่ไม่น่าต่ำกว่า 10 กม. จึงส่งผลให้เกิดแรงเสียดสีกับชั้นบรรยากาศเป็นรอยไหม้ที่พื้นผิวด้านนอกก่อนที่จะตกลงใส่หลังคาบ้านเรือนประชาชน
นายศราวุฒิกล่าวว่า เบื้องต้นได้ทดสอบไม่มีธาตุกัมมันตภาพรังสีที่เกินธรรมชาติแต่อย่างใด จึงมั่นใจได้ว่าไม่มีอันตรายต่อผู้ที่ครอบครอง แต่อย่างไรก็ตามต้องมีการส่งตรวจที่องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือนาซา เพื่อตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งว่าก้อนหินดังกล่าวเป็นชิ้นส่วนของอะไร และมีแร่ธาตุอะไรประกอบอยู่บ้าง



