ผู้บริหารศาลทั่วประเทศพร้อมหนุนนโยบาย”ไสลเกษ”เดินหน้าคุ้มครองสิทธิ ผตห.ยากไร้ รองปธ.ศาลฎีกาถือคำร้องใบเดียวเข้าเรือนจำเซ็นประกันปล่อยตัว

2.02.20 | 13:27 น.

ผู้บริหารศาลทั่วประเทศ ขานรับสนับสนุนนโยบาย”ไสลเกษ วัฒนพันธุ์”เดินหน้าคุ้มครองสิทธิผู้ต้องหายากไร้ไม่มีเงินประกันตั้ง”เมทินี”รอง ปธ.ศาลฎีกา เป็น ปธ.ที่ปรึกษาฯควง หัวหน้าศาลเมืองกาญฯเดินเข้าเรือนจำ นำร่อง กรอกคำร้องใบเดียวปล่อยตัวผู้ต้องหายากจนไม่มีหลักประกันวันเดียวได้ปล่อยตัวเลย วาง 10 ศาลต้นแบบ ก่อนขยายผลทั่วประเทศ ก.ย.นี้

นาง เมทินี ชโลธร รอง ปธ.ศาลฎีกา เเละคณะผู้พิพากษาลงพื้นที่เรือนจำจังหวัดกาญฯ

เมื่อวันที่ 2 ก.พ.นาย ไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกา ได้กล่าวถึงความคืบหน้าภายหลังได้ออกประกาศระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมว่าด้วยการเปิดทำการศาลและพิจารณาคำร้องขอปล่อยชั่วคราวในวันหยุดราชการ พ.ศ. 2562 ว่าโครงการดังกล่าว มีความคืบหน้าโดยหลังจากประกาศใช้ระเบียบดังกล่าวพบว่าในช่วงเดือน ม.ค.ที่ผ่านมามีผู้ยื่นขอปล่อยชั่วคราวในวันหยุดในส่วนศาลชั้นต้นมาเเล้วกว่า 895 คนศาลก็มีคำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวไปเเล้วกว่า838คน ในศาลสูง(อุทธรณ์,ฎีกา)มียื่นคำร้อง126 คน ศาลอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว 50 คนอยู่ระหว่างการเเจ้งการอ่าน 5 คน


เมื่อมาดูเราก็อาจจะยังมีปัญหาในส่วนของผู้ต้องหาที่ยากจน ที่อาจจะโดนคดีที่อัตราโทษจริงๆไม่ร้ายเเรง เเต่บางคนอาจจะไม่มีทรัพย์ เลยไม่ยื่นประกันตัวหรือบางคนอาจจะพอมีทรัพย์ เเต่คิดว่าเก็บเงินตรงนี้ไว้ให้ลูกหรือครอบครัวดีกว่า ก็เลยไม่ยอมยื่นประกันตัว เพราะเขาก็ยังไม่ทราบว่าเขาสามารถมีสิทธิประกันตัวได้โดยที่อาจจะไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ ตรงนี้เราต้องคิดจะทำยังไงที่จะให้คนได้เข้าใจ ก็เลยมีการนำร่องเเสดงให้เห็นโดยเมื่อวันที่ 23 ม.ค.ที่ผ่านมานี้ นางเมทินี ชโลธร รองประธานศาลฎีกา ที่ได้เข้ามาช่วยคณะทำงานขับ

เคลื่อนนโยบายการ ยกระดับคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน (ผู้ต้องหาหรือจำเลย)โดยคำนึงถึงความสงบสุขของเหยื่ออาชญกรรมเเละสังคม ที่จะต้องดูเเลเรื่องสิทธิผู้ต้องหาในการประกันตัวได้ลงพื้นที่ไปที่เรือนจำจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งอยู่ในอำนาจศาลกาญจนบุรี ซึ่งเป็นศาลนำร่อง เพื่อเผยเเพร่ทำความเข้าใจถึงสิทธิในการขอปล่อยชั่วคราวของผู้ต้องหา โดยมีการนำคำร้องใบเดียว ซึ่งเป็นวิธีที่จะให้ศาลสามารถพิจารณาว่าจะปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาได้โดยไม่ต้องใช้หลักประกันเป็นเงินสด หรือเราอาจใช้เเบบประเมิณความเสี่ยงเข้าคู่ ถ้าหากมีความเสี่ยงน้อยศาลพิจารณาเเล้วว่าจะไม่หลบหนีหรือก่อเหตุภยันตรายก็ให้ปล่อยตัวไม่ต้องใช้เงิน เมื่อนางเมทินี รองประธานศาลฎีกา เดินทางลงไปเรือนจำก็ไปให้ความรู้กับกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งส่วนมากล้วนเป็นผู้ต้องหาที่ยากจน จึงไม่ได้ยื่นประกันตัวเพราะไม่มีหลักทรัพย์ให้ได้ทราบถึงสิทธิดังกล่าว พร้อมนำเเบบคำร้องใบเดียว ไปเพื่อให้ผู้ต้องหาได้กรอกคำร้องใบเดียวจากข้างในเรือนจำ โดยในวันเดียวกันนั้น เเบบคำร้องใบเดียวที่ถูกกรอกในเรือนจำ ก็ถูกส่งมายังศาลจังหวัดกาญจนบุรีเพื่อพิจารณา ซึ่งวันดังกล่าวศาลก็ได้มีการพิจารณาปล่อยผู้ต้องหาที่ประเมิณเเล้วไม่หลบหนีเเต่ไม่มีเงินประกัน จากการลงพื้นที่ตรงนี้เราพบว่าปัญหาผู้ต้องหายากจนเเละยังเข้าไม่ถึงสิทธิที่จะได้รับการพิจารณาปล่อยชั่วคราวยังมีอีกจำนวนมาก ซึ่งที่ผ่านมาสำนักงานศาลยุติธรรมก็ได้จัดให้มีการใช้เเบบประเมิณความเสี่ยงในศาลทั่วประเทศ เเต่ในทางปฏิบัติจริงยังพบว่ายังปฏิบัติได้ทั่วถึงยากอย่างในศาลต่างจังหวัด ก็มองว่าเรื่องนี้ยังเป็นเรื่องใหม่ ยังมีขั้นตอนที่ยุ่งยากเนื่องจากไม่เคยมีการปฏิบัติมาก่อน หลังจากนี้ตนจะย้ำให้นำเเนวทางการประกันตัวโดยไม่ใช้หลักทรัพย์กับผู้ต้องหาที่ยากจนมาใช้ในศาลทุกพื้นที่ทั่วประเทศเพื่อให้เข้าได้ทราบถึงสิทธิมากขึ้นต่อไป

หลังจากนั้น นายไสลเกษ ประธานศาลฎีกา  ได้เดินทางไปยังสโมสรราชพฤกษ์เพื่อเป็นประธานในการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อประสานความร่วมมือของหน่วยงานขับเคลื่อนนโยบายการบริหารราชการศาลยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 โดยมีรองประธานศาลฎีกา ประธานแผนกคดีในศาลฎีกา ประธานศาลชั้นอุทธรณ์ และอธิบดีผู้พิพากษาศาลชั้นต้นทั่วประเทศ พร้อมด้วยผู้บริหารศาลยุติธรรมเข้าร่วมการประชุม ในการประชุม ประธานศาลฎีกาแถลงผลการดำเนินงานตามนโยบายที่ผ่านมาตามที่ได้ประกาศไว้ต่อประชาชน ในการประชุมได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อขับเคลื่อนนโยบาย โดยมีนางเมทินี ชโลธร รองประธานศาลฎีกา ในฐานะประธานที่ปรึกษาคณะทำงานขับเคลื่อนนโยบายข้อที่ 1 และข้อที่ 2 นายธงชัย เสนามนตรี ประธานแผนกคดีสิ่งแวดล้อมในศาลฎีกา ในฐานะประธานที่ปรึกษาคณะทำงานขับเคลื่อนนโยบายข้อที่ 5 และนายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ร่วมแถลงผลการดำเนินงานตามนโยบายประธานศาลฎีกา

Advertisement

ทั้งนี้ที่ประชุมได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์เกี่ยวกับการพัฒนาแนวทางเพื่อดำเนินตามนโยบายในแต่ละด้านโดยเฉพาะในเรื่องการยกระดับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของผู้ต้องหาและจำเลยในแต่ละศาล ทั้งนี้ ผู้บริหารศาลทุกคนพร้อมที่จะให้การสนับสนุนการดำเนินตามนโยบายของประธานศาลฎีกาต่อไป

 

นายเผ่าพันธ์  ชอบน้ำตาล ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่ากลุ่มเป้าหมายที่เราลงไปพบนั้นยังมีสภาพเป็นผู้ต้องหา ที่ยังไม่ได้ถูกฟ้อง เราเข้าไปแจ้งสิทธิให้ได้ทราบผู้ต้องหายังมีสิทธิได้รับการประกันตัวโดยที่ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ จะต้องทำอย่างไรบ้าง โดยเราได้นำคำร้องใบเดียว ซึ่งจะมีสิทธิที่จะยื่นขอประกันโดยไม่ต้องมีหลักประกันก็ได้เรามาดูกฎหมาย ป.วิ อาญา รวมถึงระเบียบราชการของศาลบอกเลยว่าคดีที่มีโทษตามกฎหมายเกิน 10 ปีจะต้องมีประกันหรือสัญญา เเต่ไม่จำเป็นว่าจะต้องมีหลักประกัน เเสดงว่าตามกฎหมายนั้นไม่จำเป็นต้องมีหลักประกันก็ได้ เเต่คนไม่ทราบเลยไม่ได้ยื่นคำขอศาลให้ปล่อยตัวมา คนกลุ่มนี้คือคนที่ยากจนไม่มีหลักทรัพย์เป็นกลุ่มเป้าหมายที่เราจะขับเคลื่อนนโยบาย เพราะคนกลุ่มนี้ไม่รู้เลยไม่ขอประกันตัวเพราะไม่มีหลักทรัพย์ เราเข้าไปในเรือนจำเราเลยไปบอกเขาว่าคุณขอยื่นประกันได้ ส่วนว่าศาลจะอนุญาตปล่อยโดยไม่มีหลักประกันหรือไม่นั้น ศาลก็จะพิจารณา เเต่คนที่ไม่มีหลักทรัพย์สามารถยื่นคำร้องขอต่อศาลได้ เขาควรต้องรู้ว่ามีสิทธิตรงนี้ ซึ่งปัจจุบันนี้มีกฎหมายที่ออกมาใหม่ให้ศาลสามารถนำเป็นมาตรการนำมาใช้เเทนหลักประกันได้  อย่างของศาลจังหวัดกาญจนบุรี เราก็ใช้ผู้ใหญ่บ้าน ที่จะเป็นผู้ดูเเล คือเมื่อมีคำร้องขอประกันเข้ามา ศาลก็จะดูข้อหาหากไม่รุนเเรงมาก เเละเราตรวจสอบจากฐานข้อมูล ไม่มีประวัติคดี ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี พร้อมถามไปที่ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งจะรู้ข้อมูลลูกบ้านดีเอามาเป็นข้อมูล เเละหากผู้ใหญ่บ้านรับเป็นผู้ดูเเลคอยรายงานตัว ศาลก็จะสั่งปล่อยไม่ต้องมีหลักทรัพย์ เเต่เราจะกำหนดเงื่อนไขตามลักษณะข้อหา ยิ่งหากเป็นคดีที่มีผู้เสียหายเราต้องคำนึงถึงผู้เสียหายด้วย ว่าปล่อยผู้ต้องหาไปเเล้วผู้เสียหายจะเดือดร้อนหรือไม่ ศาลจะมีบทบาทมากขึ้นที่ต้องพิจารณาดูรายละเอียดโดยเมื่อผู้พิพากษาได้คำร้องใบเดียว ศาลก็จะต้องพิจารณาโดยมีข้อมูลในการตัดสินใจ ซึ่งหนึ่งในวิธีหาข้อมูล

คือการใช้เเบบประเมิณความเสี่ยงซึ่งก็เป็นวิธีการที่จะได้ข้อมูลเชิงลึก โดยมีเจ้าหน้าที่รวบรวมข้อมูลเอามาเป็นคะเเนนให้รู้ว่ามีความเสี่ยงเเค่ไหน ตรงนี้เป็นคนละอย่างกับคำร้องใบเดียวเเต่ก็เป็นหนึ่งในกระบวนการหาข้อมูล เเบบประเมิณความเสี่ยงศาลจังหวัดกาญจนบุรีก็ใช้ เเต่ไม่ใช่ทุกคดี ที่เราเข้าไปในเรือนจำเเละมีการพิจารณาจากคำร้องใบเดียว ก็มีทั้งเราได้มีคำสั่งปล่อยเเละไม่ปล่อยประกัน โครงนี้เราไม่ได้ตั้งเป้าว่าเราจะปล่อยในจำนวนมาก เเต่เราเป็นการปล่อยประกันเเบบที่ได้รับการพิจารณารอบคอบเเล้วว่าเราปล่อยไปเเล้วไม่มีใครเดือดร้อน  บางคดีมีผู้เสียหาย เราเเค่อยากให้คนไม่มีเงินสามารถเข้าถึงสิทธิได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการลงพื้นที่ ของนางเมทินี ชโลธร รองประธานศาลฎีกาในฐานะประธานที่ปรึกษาคณะทำงานฯพร้อมด้วยคณะทำงานฯร่วมกับนายเผ่าพันธ์ ชอบน้ำตาล ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดกาญจนบุรีและคณะผู้พิพากษาเมื่อวันที่ 23 ม.ค.ที่ผ่านมาได้เผยแพร่ความรู้ความเข้าใจแก่ผู้ต้องหาในเรือนจำจังหวัดกาญจนบุรีเพื่อให้ทราบถึงสิทธิในการขอปล่อยชั่วคราวและการยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวโดยไม่ต้องเสนอหลักประกันมาพร้อมคำร้อง (คำร้องใบเดียว) โดยคณะผู้พิพากษาศาลจังหวัดกาญจนบุรีได้ทำกิจกรรมสัมภาษณ์ผู้ต้องหาเพื่อรับทราบถึงเหตุผลที่ไม่ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวผลกระทบในการถูกคุมขังตลอดจนความคาดหวังต่อการขอปล่อยชั่วคราวจากศาลหลังการทำกิจกรรมดังกล่าวปรากฏว่ามีผู้ต้องหายื่นคำร้องใบเดียวเพื่อขอปล่อยชั่วคราวทั้งหมด 74 คำร้องศาลสั่งให้มีการประเมินความเสี่ยงก่อน 22 คำร้องให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข้อมูลส่วนตัวของผู้ต้องหา 52 คำร้องและที่สุดศาลอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวโดยไม่มีประกัน 44 คำร้องอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวโดยมีประกัน 10 คำร้องโดยมีมาตรการควบคุมหลังการปล่อยชั่วคราวในหลายรูปแบบเช่นให้ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวมารายงานตัวต่อศาลตามกำหนดตั้งผู้กำกับดูแลให้ทำหน้าที่รับรายงานตัวแทนศาลหรือทำหน้าที่สอดส่องดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวในการปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนดติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์พร้อมกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับที่อยู่หรือการเดินทางของผู้ต้องหาส่วนอีก 20 คำร้องศาลมีคำสั่งไม่อนุญาตเนื่องจากจากการประเมินความเสี่ยงหรือการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบประวัติการกระทำความผิดมาแล้วหลายคดีจากผลการดำเนินงานของคณะทำงานฯในศาลต้นแบบแห่งแรกนี้เป็นผลให้ผู้ต้องหาที่มีฐานะยากจนได้รับโอกาสในการปล่อยชั่วคราวเพิ่มมากขึ้นอันเป็นไปตามนโยบายประธานศาลฎีกาในการยกระดับคุ้มครองสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของผู้ต้องหาและจำเลย โดยคณะทำงานขับเคลื่อนนโยบายการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชนลงพื้นที่เริ่มดำเนินการโดยวางเป้าหมายหลักเกี่ยวกับการปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาและจำเลยไว้คือลดการเรียกหลักประกันเพิ่มความปลอดภัยให้สังคมและลดการคุมขังที่ไม่จำเป็นในทุกขั้นตอนในการนี้ได้จัดให้มีศาลต้นแบบในการยกระดับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของผู้ต้องหาและจำเลยรวม 10 ศาลได้แก่ศาลอาญาธนบุรีศาลจังหวัดธัญบุรี ศาลจังหวัดนครนายกศาลจังหวัดนครราชสีมา ศาลจังหวัดมหาสารคาม ศาลจังหวัดลำพูน ศาลจังหวัดกำแพงเพชร ศาลจังหวัดกาญจนบุรี ศาลจังหวัดภูเก็ต และศาลจังหวัดนาทวี ทั้งนี้จะขยายผลให้ครอบคลุมทุกศาลภายในเดือนกันยายน 2563