เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค สธ. ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข แถลงสถานการณ์ผู้ป่วยโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ว่า จนถึงขณะนี้มีผู้ป่วยติดเชื้อหายดีได้กลับบ้านเพิ่มอีก 1 คน รวม 8 คน เท่ากับว่าเหลือผู้ป่วยติดเชื้อรับรักษากักตัวในโรงพยาบาล 11 คน ซึ่งในวันนี้ไม่มีรายงานผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสฯ เพิ่ม โดยผู้ป่วยสะสมยังคงเท่าเดิมรวม 19 คน ยืนยันว่า ยังไม่พบผู้ป่วยติดเชื้อจนเสียชีวิตในประเทศไทย แต่พบผู้ป่วยติดเชื้อและเสียชีวิตรายแรกนอกสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่ประเทศฟิลิปปินส์ 1 ราย
นพ.โสภณ กล่าวว่า จนถึงขณะนี้ประเทศไทยมีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคและต้องเฝ้าระวังสะสมตั้งแต่วันที่ 3 มกราคม – วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ทั้งหมด 382 คน เฉพาะในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรครายใหม่เพิ่มขึ้น 38 คน ในจำนวนนี้คัดกรองจากสนามบิน 40 คน ไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลด้วยตัวเอง 342 คน อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว 71 คน ส่วนใหญ่ติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล และยังคงรับไว้ในห้องแยกโรคโรงพยาบาล 311 คน
ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังจากพบคนขับรถแท็กซี่ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 มีแนะนำผู้ขับรถแท็กซี่ เรื่องการทำความสะอาดภายในรถเพื่อป้องกันการติดเชื้อและแพร่ระบาดเชื้ออย่างไร นพ.โสภณ กล่าวว่า ไม่จำเป็นต้องไปเสียเงินเพื่อทำความสะอาดรถให้สิ้นเปลือง เพราะสามารถทำเองได้ง่ายๆ ด้วยการใช้น้ำสบู่อ่อนๆ เช็ดภายในตัวรถและเช็ดด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง
“แต่หากกรณีผู้โดยสารมีทั้งไอ จาม น้ำมูก เสมหะ อาจจะใช้แอลกอฮอล์ร่วมด้วย และควรเปิดกระจกระบายอากาศภายในรถ ในกรณีที่ไม่ได้ใช้รถ ก็สามารถนำรถไปจอดตากแดด เปิดกระจก เพื่อฆ่าเชื้อไวรัสได้ เพราะโดยธรรมชาติของเชื้อไวรัสไม่ชอบอากาศร้อน สุดท้ายควรมีหน้ากากอนามัยติดไว้ในรถด้วยอย่างน้อย 2 ชิ้น เพื่อลดความเสี่ยงการแพร่เชื้อไวรัส โดยหากพบว่าผู้โดยสารมีการไอ จาม ยื่นหน้ากากอนามัยให้สวมไว้ตลอดเวลาที่นั่งในรถ และผู้ขับก็ควรสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันอีกทางหนึ่งด้วย” นพ.โสภณ กล่าว
นอกจากนี้ นพ.โสภณ กล่าวถึงผลการดำเนินงานที่ด่านควบคุมโรค ว่า จากการตรวจคัดกรอง 5 สนามบิน ได้แก่ สุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ ภูเก็ต และ กระบี่ ได้ตรวจคัดกรองผู้เดินทางเข้าประเทศด้วยเครื่องวัดอุณหภูมิ สะสมตั้งแต่วันที่ 3 – 25 มกราคม 2563 จำนวน 137 เที่ยวบิน จำนวน 21,522 คน วันที่ 24 มกราคม – วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 ท่าอากาศยานเชียงราย เชียงใหม่ ภูเก็ต กระบี่ ดอนเมือง และสุวรรณภูมิ คัดกรองผู้โดยสารสายการบิน จากสาธารณรัฐประชาชนจีน 173 เที่ยวบิน ผู้เดินทางและลูกเรือได้รับการคัดกรอง จำนวน 9,340 ราย สธ.ได้จัดเจ้าหน้าที่หมุนเวียนไปสนับสนุนเจ้าหน้าที่ที่ด่าน เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพตลอด 24 ชั่วโมง


