คนท้องหวั่น! ข่าวคนไทยติดเชื้อไข้ซิกา เหตุอาจส่งผลสมองเด็ก คร.เตรียมประชุมด่วน

30.01.16 | 20:56 น.

คนท้องหวั่น!หลังข่าวคนไทยติดเชื้อไข้ซิกา เหตุมีรายงานอาจส่งผลเด็กพิการทางสมอง ด้าน คร.เตรียมประชุมร่วมผู้เชี่ยวชาญสัปดาห์หน้า

เป็นกระแสวิพากษ์วิจารณืในโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ หรือหญิงที่เตรียมตัวจะมีบุตร เนื่องจากกรณีข่าวเจ้าหน้าที่สาธารณสุขไต้หวันตรวจพบ ชายไทยที่กำลังเดินทางสู่ไต้หวันมีเชื้อไวรัสซิกา(Zika) ที่กำลังระบาดในหลายประเทศในแถบลาตินอเมริกาและแคริบเบียน จนเกิดคำถามในบางประเทศว่า ไทยมีการระบาดของโรคนี้หรือไม่ ยิ่งล่าสุดมีการเปิดเผยข้อมูลว่า ในผู้หญิงตั้งครรภ์หากป่วยด้วยโรคนี้ จะมีโอกาสส่งผลกระทบต่อลูกในท้อง ทำให้เด็กพิการทางสมอง ศีรษะลีบ และมีผลต่อพัฒนาการล่าช้า ทำให้หญิงตั้งครรภ์หลายคนวิตกกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้

ล่าสุดเมื่อวันที่ 30 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟชบุ๊คของ ศ.นพ. ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผู้เชี่ยวชาญด้านสมอง ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยใช้ชื่อว่า “Thiravat Hemachudha” ระบุว่า ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ได้ระดมผู้เชี่ยวชาญทางไวรัสวิทยา และระบาดวิทยา เพื่อเฝ้าระวังโรคนี้ แม้ไข้ซิกา จะพบในประเทศไทยมาระยะหนึ่งแล้ว จนกระทั่งพบข่าวว่า มีคนไทยไปไต้หวันและตรวจพบเชื้อดังกล่าวอีก ปัญหาคือ โรคนี้ไม่แสดงอาการเด่นชัด จนทำให้การวินิจฉัยโรคค่อนข้างยาก เพราะถึงแม้จะตรวจเลือด เพื่อดูภูมิคุ้มกันก็ค่อนข้างแยกยากกับเชื้อไวรัสเด็งกี่ ที่ก่อให้เกิดโรคไข้เลือดออก การจะแยกโรคจึงอยู่ที่วิธีการตรวจด้วย PCR หรือตรวจระดับสารพันธุกรรม จากการแยกโรคที่ค่อนข้างยาก ทำให้ สธ.จะมีการประชุมหารือในสัปดาห์หน้า

ศ.นพ.ธีระวัฒน์ กล่าวว่า ปัญหาคือ ไม่รู้ว่าขณะนี้ไข้ซิกาในประเทศไทยอยู่ในช่วงขาขึ้นหรืออยู่ตัวแล้ว เนื่องจากวิธีการตรวจหาไข้ซิกา ค่อนข้างยาก เพราะการดูจากภูมิคุ้มกันในเลือดจะแยกไม่ได้ว่าเป็นไข้ซิกา หรือไข้เลือดออก หรือโรคสมองอักเสบเจอี (JE) อีกทั้ง ไข้ซิกา เป็นกลุ่มอาการที่ก้ำกึ่งกับไวรัสกลุ่มเดียวกัน ทั้งไข้เลือดออก หรือแม้แต่โรคชิคุนกุนยา คือ มีอาการปวดข้อปวดเมื่อยตามตัว มีไข้ เรียกว่าไข้ซิกามีลักษณะคล้ายนักเลียนแบบ อย่างไรก็ตาม โดยปกติโรคนี้จะพบในแถบแอฟริกา แต่ในปี 2550 กลับพบโรคนี้มนเกาะแยฟ (Yap) ประเทศไมโครนีเซีย กระทั่งปี 2555 พบในประเทศไทย และแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยรายงานผู้ป่วยที่ผ่านมาไม่ได้พบมากนัก แต่ก็เกิดคำถามว่า เพราะแยกโรคไม่ได้หรือไม่ ด้วยเหตุนี้ในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ทางกรมควบคุมโรค(คร.) จึงเตรียมประชุมเพื่อหารือผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยา และระบาดวิทยาในการหารือเตรียมพร้อมมาตรการเฝ้าระวังต่างๆ

“ มีรายงานในบราซิล ว่า พบเด็กทารกมีความผิดปกติทางสมอง โดยศีรษะเล็กแต่กำเนิด แคระแกร็น มีพัฒนาการช้า ซึ่งเมื่อสอบสวนโรคมีความเกี่ยวพันกับมารดา เนื่องจากป่วยเป็นไข้ซิกาด้วย ทางบราซิลจึงออกประกาศขอให้ในช่วงปี 2559 หยุดการตั้งครรภ์ก่อน เพื่อลดความเสี่ยงที่ทารกจะพิการ จนกว่าจะควบคุมการระบาดของไข้ซิกานั่นเอง ซึ่งขณะนี้ในบราซิลพบเด็กที่มีภาวะศีรษะลีบแล้วกว่า 4,000 ราย สำหรับประเทศไทยนั้น ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุข มีมาตรการเฝ้าระวังและควบคุมโรคแล้ว เพียงแต่ประชาชนทั่วไปก็ต้องติดตาม สังเกตอาการว่า หากมีไข้ และมีอาการอื่นๆร่วมด้วย 2-3 สัญญาน เช่น มีไข้ ผื่นขึ้น ตาแดง ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดข้อ ให้สงสัยว่าอาจเป็นโรคไข้ซิกา และให้รีบพบแพทย์ทันที” ศ.นพ.ธีระวัฒน์ กล่าว

Advertisement

ด้าน นพ.อำนวย กาจีนะ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ประเทศไทยมีระบบการเฝ้าระวังโรคที่เข้มแข็งมาก และสถานพยาบาลทุกแห่งได้มีการรายงานมาทางกรมควบคุมโรคตลอดว่า พบโรคหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการระบาดของโรค ที่สำคัญองค์การอนามัยโลกยังไม่มีประกาศอะไรออกมา แต่ไม่ใช่ว่านิ่งนอนใจ เนื่องจากองค์การอนามัยโลกเตรียมที่จะประชุมหารือในเร็วๆนี้เกี่ยวกับการออกมาตรการเฝ้าระวัง ซึ่งไทยก็ติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด

36