หน้าแรก ในประเทศ เหยี่ยวถลาลม ...

เหยี่ยวถลาลม 4ก.พ.2563 : คนสายพันธุ์เดิม

4.02.20 | 13:00 น.

ก่อนนี้ ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เคยทำนายเอาไว้ว่า โรคปอดอักเสบจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือที่เรียกว่า “โรคปอดอักเสบอู่ฮั่น” จะระบาดอย่างรวดเร็ว มีผู้ป่วยเป็นจำนวนมาก

กับว่า “โรคนี้จะระบาดในประเทศไทย”

ก่อนวันที่ “หน้ากากอนามัย” จะเริ่มขาดตลาดและราคาพุ่งสูงขึ้นหลายเท่าตัว ประเทศจีนกับอีกหลายประเทศใช้มาตรการเด็ดขาดหลากหลายเพื่อป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดด้วยการ “สกัด” และ “คัดกรอง”
ผู้ต้องสงสัย (ป่วย)

จีนถึงขั้นปิดเมือง สั่งห้ามเดินทางออก ส่วนประเทศอื่นๆ ก็สกัดกั้นการเดินทางเข้าของคนจีนเพื่อยับยั้งการแพร่ระบาด

แต่ไทยนิ่ง !

Advertisement

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงส่งสัญญาณด้วยการโพสต์ข้อความเกี่ยวกับนักศึกษาซึ่งติดอยู่ในเมืองอู่ฮั่นว่า “ไม่รู้รัฐบาลเขารออะไรอยู่ เด็กจะไม่มีกินกันแล้ว”

ปลายเดือนมกราคม นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเซาแทมป์ตัน ประเทศอังกฤษ อ้างการเก็บข้อมูลสถิติจากการเดินทางนอกประเทศ 15 วันก่อนตรุษจีนและสถิติสองเดือนหลัง

จำนวนเที่ยวบินที่บินออกจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน มุ่งสู่ กทม. มากที่สุด ถัดไปเป็น ฮ่องกง ไทเป โซล โตเกียว สิงคโปร์ ภูเก็ต โอซาก้า ตามลำดับ

พร้อมกับระบุว่า “กทม.ตกอยู่ในความเสี่ยงมากที่สุด” !

วันที่ 29 มกราคม ขณะที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อทั่วโลกราว 6 พันคน ในไทย พบผู้ป่วย 14 คน

แต่ถัดมาอีกแค่ 3 วัน ผู้ติดเชื้อทั่วโลกพุ่งพรวดขึ้นเท่าตัวคือกว่า 12,000 คน

ผู้ติดเชื้อในไทยก็พุ่งขึ้นเป็น 19 คน นับว่าสูงที่สุดในโลก ยกเว้นจีน

ตามมาด้วย ญี่ปุ่น 17 คน สิงคโปร์ 16 ฮ่องกง 13 เกาหลีใต้ 11 ไต้หวัน 10

ไวรัสโคโรนาแพร่ระบาดในเมืองที่คนจีนนิยมไปเที่ยว

“โรคปอดอักเสบอู่ฮั่น มาเร็วกว่าโรคซาร์สหลายเท่า”

มีสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้านานพอ แต่รัฐบาลไทยไม่ได้ยิน

จึงไม่สกัดกั้นอย่างมีชั้นเชิงมีแบบแผน

นั่นคือสิ่งที่เรียกว่า บริหารโดยมิต้องบริหาร

ปล่อยให้มันเป็นไปตามยถา

ต่อมาเมื่อผู้คนเริ่มรู้ทันก็เอือมระอา และตั้งข้อรังเกียจ

จึงเป็นที่มาของการติดแฮชแท็ก “#รัฐบาลเฮงซวย” ขึ้นเป็นอันดับ 1 ในทวิตเตอร์ !?!!