เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ต.ท.สมเกียรติ นนทแก้ว ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (สปภ.) กรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวถึงการแก้ปัญหาภัยแล้งที่ส่งผลกระทบในพื้นที่เขตหนองจอก ที่ถนนทรุด คลองสายต่างๆ น้ำแห้ง เกิดไฟไหม้หญ้า รวมทั้งแนวเขื่อนในซอยสังฆสันติสุข 61, 63, 81 และถนนภายในซอยสุวินทวงศ์ 42 ดินสไลด์และยุบตัว ว่า สปภ. ได้จัดทำแผนปฏิบัติการป้องกันและบรรเทาภัยจากภัยแล้ง เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง รวมทั้งจัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ รถดับเพลิง รถบรรทุกน้ำดับเพลิง และอุปกรณ์ พร้อมปฏิบัติการได้ทันทีเมื่อได้รับการร้องขอ ขณะเดียวกัน ได้มีหนังสือประสานการประปานครหลวง (กปน.) ขอรับการสนับสนุนน้ำประปาโดยไม่คิดมูลค่า เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาภัยแล้งในพื้นที่กรุงเทพฯ

นายไทวุฒิ ขันแก้ว ผู้อำนวยการสำนักการโยธา (สนย.) กล่าวว่า ล่าสุดได้เข้าดำเนินการเจาะสำรวจชั้นดิน บริเวณริมคลองนครเนื่องเขตและคลองแสนแสบในพื้นที่เขตหนองจอก และนำตัวอย่างชั้นดินที่ได้จากการเจาะสำรวจ ไปทดสอบหาคุณสมบัติของชั้นดิน เพื่อใช้เป็นข้อมูลทางวิศวกรรมในการลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากสถานการณ์ภัยแล้ง

ขณะที่ นายณรงค์ เรืองศรี ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ (สนน.) กล่าวว่า กรณีแนวเขื่อนในซอยสังฆสันติสุข 61, 63, 81 และถนนภายในซอยสุวินทวงศ์ 42 สไลด์ตัวและดินยุบ เบื้องต้น สนน.ได้ดำเนินการแก้ไข โดยขุดดินหลังเขื่อนออก พร้อมสกัดคานทับหลังคอนกรีตเสริมเหล็กเพื่อจำกัดแนวการล้ม ไม่ให้ลุกลาม พร้อมเฝ้าระวัง ติดตาม สังเกตพฤติกรรมของเขื่อน เบื้องต้นไม่พบว่ามีการเคลื่อนตัวเพิ่ม นอกจากนั้น ยังได้รับความร่วมมือจากสำนักงานเขตหนองจอก และวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.) ตรวจสอบหาสาเหตุเขื่อนเอียง โดยเจาะสำรวจดินบริเวณที่เขื่อนเอียง ตรวจสอบสภาพความสมบูรณ์ของเสาเข็ม ปัจจุบันดำเนินการตรวจสอบแล้วเสร็จ อยู่ระหว่างรอผลการตรวจสอบ เพื่อพิจารณาแนวทางแก้ไขต่อไป
นายวุฒิภัทร คำประกอบ ผู้อำนวยการเขตหนองจอก กทม. กล่าวว่า ล่าสุดได้ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนปัญหาภัยแล้งผ่านประธานศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำแขวง รวมทั้งส่งเสริมเกษตรกรให้ปลูกพืชทดแทน พืชใช้น้ำน้อย พัฒนาแหล่งน้ำธรรมชาติที่มีอยู่ให้สามารถกักเก็บน้ำได้ปริมาณมากขึ้น ขณะเดียวกัน ได้สำรวจบ้านเรือนประชาชนตลอดแนวการก่อสร้างเขื่อนในพื้นที่เขตหนองจอก รวมถึงบริเวณที่เกิดปัญหาแนวเขื่อนเอียง เพื่อรวบรวมข้อมูลส่งให้ สนน.วางมาตรการเยียวยาต่อไป

