“มือเท้าปาก”ระบาดซ้ำ! เหตุอากาศหนาว-ฝนตก สธ.กำชับศูนย์เด็กเล็ก-รร.เข้มงวด

30.01.16 | 22:28 น.

กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เผยรอบ1เดือนพบผู้ป่วยโรคมือเท้า 2,010 คน กว่าร้อยละ 73 เป็นเด็กเล็กอายุ 1-3 ปี ภาคเหนือมีอัตราป่วยสูงสุด โรคนี้ทุกปีระบาด 2 ช่วง คือ ฤดูหนาว และ ฤดูฝน กำชับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและโรงเรียนอนุบาลป้องกันควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด

เมื่อวันที่ 30 มกราคม นพ.โสภณ เมฆธน ปลัด สธ. เปิดเผยว่า ข้อมูลการเฝ้าระวังโรคของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค รายงานว่า เดือนแรกของปีนี้ พบผู้ป่วยโรคมือเท้า 2,010 คน จาก 74 จังหวัด ภาคเหนือมีอัตราป่วยสูงสุด รองลงมา ภาคกลาง ภาคใต้ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยกว่าร้อยละ 73 เป็นเด็กเล็กอายุ 1-3 ปี

ทั้งนี้ สำนักโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค ได้วิเคราะห์ข้อมูลการระบาดของปี 2558 ทั่วประเทศพบผู้ป่วยโรคมือเท้าปาก 40,517 คน เสียชีวิต 3 ราย ได้มีการเร่งรัดควบคุมป้องกันโรคอย่างเข้มข้นตลอดปี ทำให้ลดจำนวนผู้ป่วยในช่วงฤดูฝนเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม ได้ในระดับหนึ่ง แต่ยังพบการระบาดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนตุลาคมจนถึงสิ้นปี และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องมาถึงช่วงต้นปีนี้ ระหว่างเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือและภาคใต้ตอนบน

นพ.โสภณ กล่าวว่า ปัจจัยที่ส่งเสริมการระบาดของโรคนี้ ส่วนหนึ่งมาจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น ทำให้ประชาชนละเลยการล้างมือ รวมทั้งเกิดฝนตกชุกในพื้นที่ภาคใต้ เชื้อโรคเจริญเติบโตได้ดี จึงกำชับให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ทั่วประเทศ เร่งรัดรณรงค์ขอความร่วมมือศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและโรงเรียนอนุบาลในพื้นที่ดำเนินการป้องกันควบคุมโรคอย่างเคร่งครัดและต่อเนื่อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สธ.ได้ขอความร่วมมือศูนย์เด็กเล็กและโรงเรียนอนุบาลดำเนินการ 1.ตรวจคัดกรองเด็กเป็นประจําทุกวันในตอนเช้า 2.แยกเด็กป่วยออกจากเด็กปกติ โดยให้ผู้ปกครองรับกลับบ้าน 3.หลีกเลียงไม่ให้เด็กป่วยเล่นคลุกคลีกับเด็กปกติ และเมื่อป่วยควรพักรักษาอยู่ที่บ้าน 4.ให้เด็กล้างมือบ่อยๆ หรือทุกครั้งที่สัมผัสสิ่งสกปรก ปนเปื้อนเชื้อโรค ได้แก่ ก่อนรับประทานอาหารหลังเข้าห้องส้วม ก่อนและหลังทํากิจกรรมการเรียนรู้ต่างๆ ทําความสะอาดอุปกรณ์ เครื่องมือ ของใช้ ของเล่น เป็นประจําทุกสัปดาห์ และทุกครั้งที่พบมีเด็กป่วย 5.หากพบเด็กป่วยเป็นโรคมือเท้าปาก ให้แจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขใกล้บ้านทันที

Advertisement

ทั้งนี้ โรคมือเท้าปาก เกิดจากเชื้อเอนเทอโรไวรัส ผู้ป่วยจะมีไข้ มีจุดหรือผื่นแดงอักเสบในปาก ที่ลิ้น เหงือก กระพุ้งแก้ม และเกิดผื่นแดง ตุ่มพองใสรอบๆ แดงที่บริเวณฝ่ามือ นิ้วมือ และฝ่าเท้า โรคนี้รักษาตามอาการ ได้แก่ ให้ยาลดไข้ กระตุ้นให้รับประทานอาหาร ให้อาหารเหลวหรืออาหารที่มีอุณหภูมิต่ำ เช่น ไอศกรีม ให้ยาทาแผลในปาก เป็นต้น โดยทั่วไปผู้ป่วยจะมีอาการดีขึ้นภายใน 5-7 วัน ในเด็กทารกและเด็กเล็กอายุตํ่ากว่า 5 ปี บางรายอาจมีอาการแทรกซ้อนรุนแรง เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ก้านสมองอักเสบ ปอดบวมนํ้า กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ และระบบหัวใจและระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว ทําให้เสียชีวิต สำหรับสัญญาณอันตราย ได้แก่ ไข้สูงไม่ลดลง ซึม อาเจียนบ่อย หอบ และแขนขาอ่อนแรง เกิดภาวะอัมพาตคล้ายโปลิโอ ให้รีบพบแพทย์ทันที