เศร้า! ครอบครัวรับศพนายช่าง กรณีเครื่องบินชนรถลาก วอน’นกแอร์’เห็นใจ แฟนบอกเหตุซ้ำรอยปี60

8.02.20 | 11:37 น.

กรณีเครื่องบินสายการบินนกแอร์ เที่ยวบิน DD6458 เส้นทางดอนเมือง-นครศรีธรรมราช ชนกับรถลากเครื่องบินของสายการบินนกแอร์ เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ขับรถลากได้รับบาดเจ็บ และมีช่างอีกรายบาดเจ็บสาหัส ก่อนไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลภูมิพลฯ เหตุเกิดขึ้นภายในสนามบินดอนเมือง เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่โรงพยาบาลภูมิพลฯ ครอบครัวของนายธนิสร อ่อนชะอ่ำ ช่างซ่อมบำรุงผู้เสียชีวิต ประกอบด้วยบิดามารดา ญาติและเพื่อน เดินทางมารับศพของผู้ตายที่แผนกนิติเวช กลับไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาที่วัดศรีทวีปจ.สุราษฎร์ธานี บ้านเกิด โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า


ร.ต.อ.สัมพันธ์ อ่อนระอำ อดีต รอง สวป.สภ.เกาะสมุย อายุ 60 ปี พ่อผู้ตายกล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่มีผู้หลักผู้ใหญ่ขององค์กรมาชี้แจงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่เท่าที่ทราบจากเพื่อนของลูก คือในตอนเกิดเหตุ ลูกตนอยู่บนรถที่กำลังลากจูงเครื่องบิน จากนั้นเพลารถก็หลุดทำให้เครื่องบินก็ค่อยๆ ไหลมาชนกับรถลาก แต่ไม่ทราบทำไมลูกตนถึงกระโดดหนีไม่ทัน อย่างไรก็ตาม ตนต้องการให้องค์กรต้นสังกัดเห็นใจกับลูกตนบ้าง เพราะตลอดการทำงานมา 4-5 ปีนี้ ลูกตนก็มุมานะทำงาน ไม่เคยมีปัญหาอะไร อีกทั้งตนก็เป็นข้าราชการตำรวจเก่า ก็จะสอนลูกชายตนให้มีระเบียบวินัยเสมอ

ด้าน พ.ต.อ.รังสรรค์ สอนสิงห์ ผกก.สน.ดอนเมือง เปิดเผยว่าเมื่อวานนี้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานได้ตรวจวัตถุพยานในที่เกิดเหตุเพิ่มเติม โดยเฉพาะเศษซากที่ตกหล่นอยู่บริเวณที่เกิดเหตุ เช่น น็อต ข้อต่อล้อ หัวลาก รวมทั้งหมด 12 ชิ้น เพื่อหาเบาะแสการเกิดอุบัติเหตุดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ระหว่างที่เกิดเหตุมีผู้ที่บังคับเครื่องบิน 1 คน มีคนขับรถลากนั่งอยู่ขวามือ 1 คน ส่วนผู้เสียชีวิตนั่งอยู่ทางด้านซ้ายมือ ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานกับคนขับเครื่องบินเพื่อบอกทิศทางให้คนขับรถลากเลี้ยวไปตามเส้นทางที่ลากเครื่องบิน

Advertisement

จากนี้พนักงานสอบสวนจะสอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุทั้งหมด โดยเฉพาะผู้ที่ทำหน้าที่อยู่บนหอบังคับการบิน และผู้ขับรถลากในบริเวณดังกล่าวต่อไป

ต่อมาเวลา 13.00 น. น.ส.ลักษมี รอดพันธุ์ อายุ 25 ปี แฟนสาวผู้ตายได้เดินทางมารับศพ พร้อมกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ไม่นาน ตนมีลางสังหรณ์ว่าหากแฟนไม่อยู่แล้วตนจะเป็นอย่างไร ซึ่งวันเกิดเหตุเพิ่งจะพบกันตอนเช้าที่ออฟฟิศ และยังหยอกล้อกันอยู่เลย ทั้งนี้กังวลเรื่องการเคลื่อนย้ายศพกลับบ้านเกิด เพราะจะมีเรื่องค่าใช้จ่ายในการดำเนินการต่างๆ อีกทั้งทางครอบครัวอยากให้ส่งศพทางเครื่องบิน ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ขอให้ว่ากันตามถูกผิด เพราะเชื่อว่าทางองค์กรน่าจะมีหลักการตรวจสอบอยู่แล้ว แต่ญาติก็ควรได้รับรู้ว่าตอนนี้ดำเนินการไปถึงไหนแล้ว อย่างไรก็ตาม เมื่อปี 2560 ก็ทราบว่าเคยมีเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นมาแล้ว แต่ทำไมถึงมาเกิดเหตุซ้ำอีก จึงเกิดคำถามว่าทางองค์กรได้หมั่นตรวจสอบดูแลรักษาอุปกรณ์หรือไม่

ทั้งนี้ มีรายงานแพทย์ระบุว่าผู้ตายเสียชีวิตจากอาการตับฉีกขาดจากเหตุจราจร

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่

เพิ่มเพื่อน