เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ เวลา 00.02 น. ที่โรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา จ. นครราชสีมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) พร้อมด้วย นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดสธ. เดินทางด้วยเครื่องบินส่วนตัวเพื่อประชุมเตรียมการรองรับแพทย์และพยาบาล รวมถึงเครื่องมือที่จะใช้ดูแลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุจ่าสิบเอกจักรพันธ์ ถมมา คลุ้มคลั่งยิงกราด ประชาชนที่ห้างสรรพสินค้าเทอร์มินอล21
นายอนุทิน กล่าวว่า ขณะนี้ที่ รพ.มหาราชนครราชสีมา รายงานเมื่อเวลา 23.00 น. มีผู้เสียชีวิตจำนวน 20 รายและทั้งหมดอยู่ที่ รพ.มหาราชแล้ว ในจำนวนนี้เสียชีวิตที่เกิดเหตุจำนวน 16 รายและมาเสียชีวิตที่รพ.มหาราชจำนวน 3 ราย และรพ.กรุงเทพนครราชสีมา 1 ราย ส่วนจำนวนผู้บาดเจ็บรวมทั้งสิ้น 31 ราย มีอาการหนัก 10 ราย บาดเจ็บปานกลาง 18 ราย บาดเจ็บหนัก 6 ราย อยู่ในห้องไอซียูและห้องผ่าตัด 4 ราย แต่ทั้งนี้ยังไม่ทราบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตเพิ่มเติมที่ยังอยู่ในห้างหรือไม่
นายอนุทิน กล่าวว่า ขณะนี้ รพ.มหาราชและใกล้เคียงได้ระดมแพทย์ ซึ่งมีแพทย์ผ่าตัด 18 คน อายุรแพทย์ 12 คน แพทย์ฉุกเฉิน 20 คน พยาบาล 80 คนและมีพยาบาลกำลังสำรองอีก 240 คนที่คอยช่วยเหลือภายใน รพ. และจากการสอบถามผู้อำนวยการรพ. แจ้งว่าหากจำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บ ไม่เพิ่มขึ้นมากก็จะสามารถดูแลได้อย่างเพียงพอ รวมถึงมีคลังเลือดสำรองใน จ.โคราช มี 1,706 ถุง ในจำนวนนี้มีหมู่เลือดเอ จำนวน 295 ถุง หมู่เลือดบี 586 ถุง หมู่เลือดโอ 604 ถุง และหมู่เลือดเอบี 209 ถุง และแพทย์ยืนยันว่าเพียงพอต่อการรองรับผู้บาดเจ็บ จึงไม่ได้อยู่ในสถานะการขาดเลือด ซึ่งหากมีความจำเป็นต้องใช้เพิ่มก็สามารถระดมจากส่วนอื่นมาได้
“ความพร้อมของสถานพยาบาลของสธ.เขตสุขภาพที่9 นครชัยบุรินทร์ ได้รับการแจ้งเตือนและ มีความเตรียมพร้อมทุกรพ. เรายังมีรพ. ที่สามารถให้การเสริมกำลัง จาก รพ.ของกรมแพทย์ทหารบก ได้รับความกรุณาให้ รพ.ค่ายสุรนารี ได้เปิดเตรียมห้องผ่าตัดและทีมแพทย์ไว้ให้อีก 2 ห้อง รพ.เทพรัตน์ มีห้องผ่าตัดอีก 2 ห้องพร้อมทีมแพทย์ รพ.ชัยบุรินทร์ รพ.ชัยภูมิ รพ.บุรีรัมย์ รพ.สุรินทร์ ตอนนี้อยู่ในสภาพเตรียมพร้อม อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าเลือดจะมีเพียงพอแต่หากพี่น้องประชาชนมีจิตศรัทธา มีจิตกุศลที่จะช่วยเหลือมาให้เลือด เราก็พร้อมจะยินดีรับ เพราะว่าเราไม่ทราบว่าตอนนี้ในห้างมันจะมีอะไรมากกว่านี้ เราก็ได้แต่หวังว่าคงจะนิ่งแล้วก็เหลือแต่การปราบจับคนร้าย ” นายอนุทิน กล่าว

